<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>mehtamorphosis.tv</title>
	<atom:link href="http://mehtamorphosis.tv/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://mehtamorphosis.tv</link>
	<description>life-music-everything...</description>
	<lastBuildDate>Thu, 10 Nov 2011 08:07:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>หนังสือ Marketing on Facebook</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/12/marketing-on-facebook-book/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=marketing-on-facebook-book</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/12/marketing-on-facebook-book/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Dec 2010 19:00:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=322</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งแต่ช่วงแรกที่ทำเว็บ facebookgoo.com ก็เคยมีความคิดว่าอยากจะเขียนหนังสือแนะนำการใช้งาน facebook ออกมา ในตอนนั้นผมวางแผนค่อนข้างจริงจังพอสมควร มีการทำโครงหนังสือออกมาอย่างค่อนข้างละเอียด เสร็จแล้วก็ออกไปเดินตามร้านหนังสือเพื่อจดชื่อสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่พิมพ์หนังสือคอมพิวเตอร์ ผมจำได้ว่าจดรายชื่อออกมาไม่น้อยกว่า 4 -5 สำนักพิมพ์แล้วก็ทำการอีเมล์ติดต่อไปทุกเจ้า เผื่อว่าจะมีใครอยากทำหนังสือแนะนำการใช้งาน facebook บ้าง ปรากฎว่าไม่ได้รับการตอบรับจากสำนักพิมพ์ไหนเลยแม้แต่รายเดียว อาจจะเป็นเพราะว่าผมคิดไกลเกินไปหน่อย เพราะว่าตอนนั้น facebook ยังไม่ได้โด่งดังและกลายมาเป็นส่วนหนึี่งของชีวิตประจำวันของคนไทย 10% อย่างทุกวันนี้ แล้วพอวันที่ facebook โด่งดังขึ้นมา แล้วเห็นสำนักพิมพ์ต่างๆ เริ่มแย่งกันพิมพ์หนังสือแนะนำการใช้งาน facebook ไม่เว้นแม้แต่สำนักพิมพ์ที่เคยปฎิเสธผมมาก่อน แล้วก็รู้สึกแค้นใจนิดๆ 555 ประมาณว่าฉันคิดจะทำก่อนแกนะเฟ้ยเฮ้ย! แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก คิดว่าคงยังไม่ใช่จังหวะของผมซะมากกว่า แต่แล้วพระเจ้าก็เข้าข้าง เมื่อผมได้มีโอกาสเริ่มเปิดอบรม facebook อย่างเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา อยู่มาวันหนึ่งก็มีอีเมล์ลึกลับจากสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งติดต่อมาเองเลย ว่าอยากจะให้ผมได้มีโอกาสเขียนหนังสือ ในหัวข้อ facebook marketing ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ผมเพิ่งจะพัฒนาเสร็จและกำลังสอนอยู่พอดี แน่นอนสิครับว่าผมตอบตกลงไปภายในชั่วเวลาเสี้ยววินาที กระบวนการผลิตหนังสือเป็นอะไรที่ผมไม่คุ้นเคยเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความช่วยเหลือและการดันของ บก.หนุ่มฝีมือดีอย่างคุณ ต่อทอง ทองหล่อ แห่งสำนักพิมพ์ Think Beyond และทีมผู้เขียนร่วมอย่างพี่อ๋อง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตั้งแต่ช่วงแรกที่ทำเว็บ facebookgoo.com ก็เคยมีความคิดว่าอยากจะเขียนหนังสือแนะนำการใช้งาน facebook ออกมา ในตอนนั้นผมวางแผนค่อนข้างจริงจังพอสมควร มีการทำโครงหนังสือออกมาอย่างค่อนข้างละเอียด เสร็จแล้วก็ออกไปเดินตามร้านหนังสือเพื่อจดชื่อสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่พิมพ์หนังสือคอมพิวเตอร์ ผมจำได้ว่าจดรายชื่อออกมาไม่น้อยกว่า 4 -5 สำนักพิมพ์แล้วก็ทำการอีเมล์ติดต่อไปทุกเจ้า เผื่อว่าจะมีใครอยากทำหนังสือแนะนำการใช้งาน facebook บ้าง ปรากฎว่าไม่ได้รับการตอบรับจากสำนักพิมพ์ไหนเลยแม้แต่รายเดียว อาจจะเป็นเพราะว่าผมคิดไกลเกินไปหน่อย เพราะว่าตอนนั้น facebook ยังไม่ได้โด่งดังและกลายมาเป็นส่วนหนึี่งของชีวิตประจำวันของคนไทย 10% อย่างทุกวันนี้</p>
<p>แล้วพอวันที่ facebook โด่งดังขึ้นมา แล้วเห็นสำนักพิมพ์ต่างๆ เริ่มแย่งกันพิมพ์หนังสือแนะนำการใช้งาน facebook ไม่เว้นแม้แต่สำนักพิมพ์ที่เคยปฎิเสธผมมาก่อน แล้วก็รู้สึกแค้นใจนิดๆ 555 ประมาณว่าฉันคิดจะทำก่อนแกนะเฟ้ยเฮ้ย! แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก คิดว่าคงยังไม่ใช่จังหวะของผมซะมากกว่า<span id="more-322"></span></p>
<p>แต่แล้วพระเจ้าก็เข้าข้าง เมื่อผมได้มีโอกาสเริ่มเปิดอบรม facebook อย่างเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา อยู่มาวันหนึ่งก็มีอีเมล์ลึกลับจากสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งติดต่อมาเองเลย ว่าอยากจะให้ผมได้มีโอกาสเขียนหนังสือ ในหัวข้อ facebook marketing ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ผมเพิ่งจะพัฒนาเสร็จและกำลังสอนอยู่พอดี แน่นอนสิครับว่าผมตอบตกลงไปภายในชั่วเวลาเสี้ยววินาที</p>
<p>กระบวนการผลิตหนังสือเป็นอะไรที่ผมไม่คุ้นเคยเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความช่วยเหลือและการดันของ บก.หนุ่มฝีมือดีอย่างคุณ ต่อทอง ทองหล่อ แห่งสำนักพิมพ์ Think Beyond และทีมผู้เขียนร่วมอย่างพี่อ๋อง ปวัตน์ เลาหะวีร์ และพี่โรเจอร์ เตฌิณ โสมคำ ซึ่งเข้ามาช่วยขัดเกลาทำให้หนังสือเล่มนี้ออกมาสนุกสนานน่าอ่าน หนังสือเล่มนี้ออกมาได้ในที่สุดเมื่อวันที่ 1 ธค. 2553 นับว่าเป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตของผมเลยแหละ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.facebookgoo.com/upload/marketing_on_facebook-20101201-223419.jpg" alt="" width="495" /></p>
<p>เอาเป็นว่าใครผ่านไปผ่านมาแถวนี้ ก็ช่วยอุดหนุนกันหน่อยละกันครับ ขอจบด้วยการขายของดื้อๆ แบบนี้แหละ อิ อิ</p>
<p>ป.ล. ณ วันที่เขียนบล็อกนี้ หนังสือเล่มนี้ติดอันดับหนังสือขายดีของ ซี เอ็ด อันดับที่ 39 (เคยขึ้นไปสูงสุดถึง 28 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว) และติดอันดับขายดีอันดับ 3 ในหมวดหนังสือคอมพิวเตอร์เสียด้วย กำลังลุ้นอยู่ว่าจะไปถึง Top 10 ได้หรือเปล่า ขอบคุณพระเจ้าและขอบคุณทุกท่านที่อุดหนุนครับ!</p>
<p><strong>อัพเดทเพิ่มเติม (พฤษจิกายน 2011)</strong> หนังสือเล่มนี้ได้ทำการปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยขึ้นในการพิมพ์ครั้งที่ 4 พร้อมเปลี่ยนหน้าปกใหม่เป็นแบบนี้ครับ</p>
<p><a href="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/12/fbmkt_cover_crop-copy.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-417" title="fbmkt_cover_crop copy" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/12/fbmkt_cover_crop-copy.jpg" alt="" width="495" height="330" /></a>และสำหรับท่านผู้อ่านท่านไหนที่ได้อ่านหนังสือแล้วยังมีคำถามหรือต้องการเรียนรู้มากขึ้น ก็สามารถมาร่วมอบรมในหลักสูตรต่างๆ ที่ผมจัดขึ้นเป็นประจำเช่นกันครับ สามารถดูรายละเอียดการอบรมต่างๆ ได้ที่ เว็บไซต์ของบริษัท Katalyzt Factory (<a href="http://katalyzt.me">http://katalyzt.me</a>) ครับ <img src='http://mehtamorphosis.tv/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/12/marketing-on-facebook-book/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รำลึกโรงเรียนสาธรวิทยา</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/10/satorn-wittaya/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=satorn-wittaya</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/10/satorn-wittaya/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 Oct 2010 07:04:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Personal]]></category>
		<category><![CDATA[Memory]]></category>
		<category><![CDATA[school]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=275</guid>
		<description><![CDATA[ได้มีโอกาสไปเห็นกระทู้หนึ่งในเว็บบอร์ด Pantip.com เข้าโดยบังเอิญ ชื่อกระทู้ว่า &#8220;รำลึกสาธรวิทยา&#8221; ไม่รู้ว่าใครโพสท์ และไม่มีใครโพสท์ต่อ แต่กลับเป็นกระทู้ที่มีความหมายกับผมมาก เพราะว่า &#8220;สาธรวิทยา&#8221; เป็นชื่อโรงเรียนประถมที่ผมเคยเรียนและมีความทรงจำอยู่เยอะพอสมควร ที่สำคัญก็คือว่า ตั้งแต่จบจากโรงเรียนนี้มาก็ไม่เคยได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมเยียนอีกเลย และถึงอยากจะไปก็เป็นไปไม่ได้ เพราะว่าหลังจากที่เรียนจบมาแค่ปีเดียว โรงเรียนนี้ก็ถูกทุบทิ้งเพื่อก่อสร้างใหม่กลายเป็นอาคาร Thai-CC ที่อยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ในปัจจุบันนั่นเอง ข้อความในกระทู้นั้นโพสท์ไว้ว่า &#8220;นึกถึงสมัยตอนเด็กที่เรียนชั้นประถมที่โรงเรียนสาธรวิทยา ภาพวันเก่าความทรงจําที่ดีในโรงเรียนนี้ไม่เคยลืม ครูหิรัญครูใหญ่ ผู้จัดการตูดเป็ดขี้งก ครูสายสมรที่ดุที่สุดในโลก อาแป๊ะขายปลาหมึกย่าง ขนมจีนหน้าโรงเรียน ครูสมบัติครูพละหัวเถิกขี้เก็ก ครูจิตรลดา( ตอนนั้นผมเล่นต่อสู้ในห้องเรียนครูมาเจอเลยโดนตี ครูบอกกะเราว่าเธอเรียนอ่อนต้องโดนตี3ที ส่วนนายนี่เรียนเก่งโดนตีทีเดียว งงมาจนถึงทุกวันนี้ ) เหตุการณ์วิญญาณน.รหญิงห่วงเรียนเข้าสิงเพื่อนตอนสอบจนครูต้องปล่อยน.รกลับ บ้าน ตอนนี้โรงเรียนปิดกิจการมากว่า 25 ปีแล้ว ผ่านไปทีไรคิดถึงทุกทีเลย&#8230;&#8230;.. &#8220; ผมรู้จักครูหิรัญเป็นอย่างดี ผู้จัดการตูดเป็ดขี้งกก็เคยสอนผมเขียนก.ไก่ ครูสายสมรนี่จำไม่ได้ แต่อาแป๊ะขายปลาหมึกย่างนี่ เป็นพ่อของเพื่อนร่วมชั้นผมเองที่ชื่อว่าพิรุณ ส่วนขนมจีนหน้าโรงเรียนก็เป็นอาหารจานโปรด รวมทั้งครูสมบัติ,​ ครูจิตรลดา ฯลฯ และความทรงจำอื่นๆ อีกมากมาย เอาเป็นว่าถ้าใครเป็นศิษย์เก่าสาธรวิทยา แล้วผ่านมาเห็นโพสท์นี้เข้า ก็ช่วยทักทายกันหน่อยละกันครับ เผื่อว่าเราจะได้มีโอกาสพบปะคืนสู่เหย้ากันบ้างแบบไม่เป็นทางการบนโลกออนไลน์นี้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ได้มีโอกาสไปเห็นกระทู้หนึ่งในเว็บบอร์ด Pantip.com เข้าโดยบังเอิญ ชื่อกระทู้ว่า <strong>&#8220;รำลึกสาธรวิทยา&#8221;</strong> ไม่รู้ว่าใครโพสท์ และไม่มีใครโพสท์ต่อ แต่กลับเป็นกระทู้ที่มีความหมายกับผมมาก เพราะว่า &#8220;สาธรวิทยา&#8221; เป็นชื่อโรงเรียนประถมที่ผมเคยเรียนและมีความทรงจำอยู่เยอะพอสมควร ที่สำคัญก็คือว่า ตั้งแต่จบจากโรงเรียนนี้มาก็ไม่เคยได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมเยียนอีกเลย และถึงอยากจะไปก็เป็นไปไม่ได้ เพราะว่าหลังจากที่เรียนจบมาแค่ปีเดียว โรงเรียนนี้ก็ถูกทุบทิ้งเพื่อก่อสร้างใหม่กลายเป็นอาคาร Thai-CC ที่อยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ในปัจจุบันนั่นเอง<span id="more-275"></span></p>
<p>ข้อความในกระทู้นั้นโพสท์ไว้ว่า</p>
<p><em>&#8220;นึกถึงสมัยตอนเด็กที่เรียนชั้นประถมที่โรงเรียนสาธรวิทยา ภาพวันเก่าความทรงจําที่ดีในโรงเรียนนี้ไม่เคยลืม ครูหิรัญครูใหญ่  ผู้จัดการตูดเป็ดขี้งก ครูสายสมรที่ดุที่สุดในโลก อาแป๊ะขายปลาหมึกย่าง ขนมจีนหน้าโรงเรียน ครูสมบัติครูพละหัวเถิกขี้เก็ก ครูจิตรลดา( ตอนนั้นผมเล่นต่อสู้ในห้องเรียนครูมาเจอเลยโดนตี ครูบอกกะเราว่าเธอเรียนอ่อนต้องโดนตี3ที ส่วนนายนี่เรียนเก่งโดนตีทีเดียว งงมาจนถึงทุกวันนี้ )  เหตุการณ์วิญญาณน.รหญิงห่วงเรียนเข้าสิงเพื่อนตอนสอบจนครูต้องปล่อยน.รกลับ บ้าน ตอนนี้โรงเรียนปิดกิจการมากว่า 25 ปีแล้ว ผ่านไปทีไรคิดถึงทุกทีเลย&#8230;&#8230;.. &#8220;</em></p>
<p><em><a href="http://topicstock.pantip.com/isolate/topicstock/2009/02/M7492310/M7492310.html"><img class="alignnone" title="satornwittaya" src="http://www.mehtamorphosis.tv/upload/satorn_wittaya-20101026-135049.jpg" alt="" width="520" height="149" /></a><br />
</em></p>
<p>ผมรู้จักครูหิรัญเป็นอย่างดี ผู้จัดการตูดเป็ดขี้งกก็เคยสอนผมเขียนก.ไก่ ครูสายสมรนี่จำไม่ได้ แต่อาแป๊ะขายปลาหมึกย่างนี่ เป็นพ่อของเพื่อนร่วมชั้นผมเองที่ชื่อว่าพิรุณ ส่วนขนมจีนหน้าโรงเรียนก็เป็นอาหารจานโปรด รวมทั้งครูสมบัติ,​ ครูจิตรลดา ฯลฯ และความทรงจำอื่นๆ อีกมากมาย</p>
<p>เอาเป็นว่าถ้าใครเป็นศิษย์เก่าสาธรวิทยา แล้วผ่านมาเห็นโพสท์นี้เข้า ก็ช่วยทักทายกันหน่อยละกันครับ เผื่อว่าเราจะได้มีโอกาสพบปะคืนสู่เหย้ากันบ้างแบบไม่เป็นทางการบนโลกออนไลน์นี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/10/satorn-wittaya/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>41</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คอย &#8211; Coupe</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/08/koy-coupe/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=koy-coupe</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/08/koy-coupe/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2010 05:44:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Coupe]]></category>
		<category><![CDATA[Love Is]]></category>
		<category><![CDATA[คอย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=301</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;เนิ่นนานเท่าไหร่ยังรอ&#8230;​เน่ินนานไม่เคยเหนื่อยล้า&#8230;. เนิ่นนานเท่าไหร่ ยิ่งนานเท่าไหร่ ที่ว่างในใจดวงนี้ยังมีให้เธออยู่&#8230;&#8221; ย้อนกลับไปปี 2005 อาจจะพอได้ยินเพลงนี้คุ้นๆ หูอยู่บ้าง จากนักดนตรี 2 คนกับชื่อวงที่ชื่อไม่คุ้นเคยที่ชื่อว่า &#8220;Coupe&#8221; ซึ่งมาร่วมเป็นศิลปินน้องใหม่ในอัลบั้ม Love is Vol.1 ภายใต้สังกัด Love Is ของพี่บอยด์ โกสิยพงษ์ เจ้าเก่า ซึ่งศิลปินหน้าใหม่ในชุดนี้แต่ละคนก็ได้มีผลงานที่ตามมาโด่งดังกันมากมายในปัจจุบันครับ ทั้ง แชมป์, ลิปตา, 7th Scene วง Coupe ประกอบด้วยศิลปิน 2 คน คือ เมธา เกรียงปริญญากิจ (โป๋ &#8211; ผมเองนั่นแหละ) และ วุฒิ วงศ์สรรเสริญ ซึ่งตอนหลังได้มาเป็นส่วนหนึ่งของ Rhythm &#38; Boyd 11th และ The Begins ในปัจจุบัน หลายคนอาจจะสงสัยกับที่มาที่ไปของวงนี้ ว่ามาได้อย่างไร และหายไปไหน ทำไปเวลาผ่านไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/10/Coupe.jpg"><img class="size-full wp-image-302 alignleft" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="Coupe" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/10/Coupe.jpg" alt="" width="120" /></a>&#8220;เนิ่นนานเท่าไหร่ยังรอ&#8230;​เน่ินนานไม่เคยเหนื่อยล้า&#8230;. เนิ่นนานเท่าไหร่ ยิ่งนานเท่าไหร่ ที่ว่างในใจดวงนี้ยังมีให้เธออยู่&#8230;&#8221;</strong></p>
<p>ย้อนกลับไปปี 2005 อาจจะพอได้ยินเพลงนี้คุ้นๆ หูอยู่บ้าง จากนักดนตรี 2 คนกับชื่อวงที่ชื่อไม่คุ้นเคยที่ชื่อว่า <strong>&#8220;Coupe&#8221; </strong>ซึ่งมาร่วมเป็นศิลปินน้องใหม่ในอัลบั้ม Love is Vol.1 ภายใต้สังกัด Love Is ของพี่บอยด์ โกสิยพงษ์ เจ้าเก่า ซึ่งศิลปินหน้าใหม่ในชุดนี้แต่ละคนก็ได้มีผลงานที่ตามมาโด่งดังกันมากมายในปัจจุบันครับ ทั้ง แชมป์, ลิปตา, 7th Scene</p>
<p>วง Coupe ประกอบด้วยศิลปิน 2 คน คือ เมธา เกรียงปริญญากิจ (โป๋ &#8211; ผมเองนั่นแหละ) และ วุฒิ วงศ์สรรเสริญ ซึ่งตอนหลังได้มาเป็นส่วนหนึ่งของ Rhythm &amp; Boyd 11th และ The Begins ในปัจจุบัน</p>
<p>หลายคนอาจจะสงสัยกับที่มาที่ไปของวงนี้ ว่ามาได้อย่างไร และหายไปไหน ทำไปเวลาผ่านไป 5 ปี ถึงมีเพลงมาให้ฟังแค่เพลงเดียวแค่นั้น<span id="more-301"></span></p>
<p>วง Coupe จริงๆ ตอนแรกไม่ได้เริ่มต้นมาเป็นวงหรอกครับ เหตุการณ์ทั้งหมด เกิดจากที่ผมเองในช่วงนั้นได้มีโอกาสเข้าไปร่วมงานในโปรเจ็คท์<a href="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/08/9759535_f8c4383ed7.jpg"><img class="size-full wp-image-309 alignright" title="9759535_f8c4383ed7" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/08/9759535_f8c4383ed7.jpg" alt="" width="130" /></a>เล็กๆ กับพี่บอยด์ และพี่บอยด์เองก็กำลังมองหาศิลปินหน้าใหม่เข้าสังกัดอยู่ พี่บอยด์อาจจะเห็นแววอะไรซักอย่างซึ่งผมไม่เห็น เลยขอให้ผมเปิดเพลงเก่าๆ ที่เคยแต่งไว้ให้ฟัง ปรากฎว่าพี่บอยด์ไปสะดุดอยู่กับเพลงๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นเพลงที่ผมเคยแต่งและร้องให้กับแฟนตอนที่จีบกันใหม่ๆ (ตอนนี้เป็นภรรยา ลูก 2 เรียบร้อย) พี่บอยด์แนะนำว่าให้เอาเพลงไปแก้เนื้อใหม่ก็ใช้ได้ แล้วพี่บอยด์จะเอาเพลงนี้มาลงในอัลบั้มส่วนของศิลปินน้องใหม่เลย โดยมีเวลาให้แก้เนื้อพร้อมกับบันทึกเสียงใหม่ประมาณ 4 วัน (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ)</p>
<p>ถ้าใครเป็นนักแต่งเพลงก็จะรู้ว่าการแก้เพลงเก่าที่เราฟังติดหูมาเรียบร้อยเนี่ย มันช่างยากเย็นเสียยิ่งกว่าการเขียนเพลงใหม่เสียอีก หลังจากเวลาผ่านไป 1 วันเต็มๆ กับการแก้เนื้อเพลงเก่า ผมก็ตัดสินใจว่าจะลองแต่งเพลงใหม่ดูเล่นๆ เผื่อจะได้ล้างหูเสียบ้าง</p>
<p>หลังจากลองนั่งเล่นเปียโนอยู่สักพัก ก็มีทำนองและประโยคนี้เข้ามาในหัว <em>&#8220;เนิ่นนานเท่าไหร่ยังรอ เนิ่นนานไม่เคยเหนื่อยล้า&#8221;</em> ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะให้เพลงนี้เล่าเรื่องอะไร แต่ที่แน่ๆ คืออยากจะให้เป็นเพลงรักที่มากกว่าเพลงรักทั่วไป เอ&#8230;​เมื่อพูดถึงความรัก มีความรักอะไรบ้าง รักแฟน, รักเพื่อน, รักแมว, รักเมีย,​ รักพ่อ อืม&#8230;​ถ้ากลับกันว่าเป็นรักของพ่อที่มีต่อเราล่ะ? ผมนึกถึงพ่อคนหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องราวที่อยู่พระคัมภีร์ Bible ในเรื่องที่มีชื่อว่า <strong>&#8220;บุตรน้อยหลงหาย&#8221;</strong></p>
<p>สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับเรื่องราวใน Bible ผมขออนุญาตคัดลอกมาให้อ่านสักเล็กน้อยละกันนะครับ</p>
<blockquote><p>พระเยซูตรัสว่า &#8220;ชายคนหนึ่งมีบุตรชายสองคน บุตรคนน้อยพูดกับบิดาว่า `บิดาเจ้าข้า ขอทรัพย์ที่ตกเป็นส่วนของข้าพเจ้าเถิด&#8217; บิดาจึงแบ่งสมบัติให้แก่บุตรทั้งสอง ต่อมาไม่กี่วัน บุตรคนน้อยนั้นก็รวบรวมทรัพย์ทั้งหมดแล้วไปเมืองไกล และได้ผลาญทรัพย์ของตนที่นั่นด้วยการเป็นนักเลง เมื่อใช้ทรัพย์หมดแล้วก็เกิดกันดารอาหารยิ่งนักทั่วเมืองนั้น เขาจึงเริ่มขัดสน เขาไปอาศัยอยู่กับชาวเมืองนั้นคนหนึ่ง และคนนั้นก็ใช้เขาไปเลี้ยงหมูที่ทุ่งนา เขาใคร่จะได้อิ่มท้องด้วยฝักถั่วที่หมูกินนั้น แต่ไม่มีใครให้อะไรเขากิน เมื่อเขารู้สำนึกตัวแล้วจึงพูดว่า `ลูกจ้างของบิดาเรามีมาก ยังมีอาหารกินอิ่มและเหลืออีก ส่วนเราจะมาตายเสียเพราะอดอาหาร จำเราจะลุกขึ้นไปหาบิดาเรา และพูดกับท่านว่า &#8220;บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้ทำผิดต่อสวรรค์และทำผิดต่อหน้าท่านด้วย ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านต่อไป ขอท่านให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนลูกจ้างของท่านคนหนึ่งเถิด&#8221;&#8216; แล้วเขาก็ลุกขึ้นไปหาบิดาของตน แต่เมื่อเขายังอยู่แต่ไกล บิดาแลเห็นเขาก็มีความเมตตา จึงวิ่งออกไปกอดคอจุบเขา ฝ่ายบุตรนั้นจึงกล่าวแก่บิดาว่า `บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้ทำผิดต่อสวรรค์และต่อสายตาของท่านด้วย ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านอีกต่อไป&#8217; แต่บิดาสั่งผู้รับใช้ของตนว่า `จงรีบไปเอาเสื้ออย่างดีที่สุดมาสวมให้เขา และเอาแหวนมาสวมนิ้วมือ กับเอารองเท้ามาสวมให้เขา จงเอาลูกวัวอ้วนพีมาฆ่าเลี้ยงกัน เพื่อความรื่นเริงยินดีเถิด <strong>เพราะว่าลูกของเราคนนี้ตายแล้ว แต่กลับเป็นอีก หายไปแล้ว แต่ได้พบกันอีก</strong>&#8216;<strong> </strong>เขาทั้งหลายต่างก็เริ่มมีความรื่นเริงยินดี (ลูกา 15:11-24)</p></blockquote>
<p>เรื่องราวนี้เองจึงกลายเป็นเนื้อหาของบทเพลง &#8220;คอย&#8221; ที่อยู่ในอัลบั้ม Love Is Vol.1 เป็นบทเพลงที่พูดถึงหัวใจของพ่อที่มีต่อลูกของเขา หัวใจที่ยังรอคอยและมีความหวังอยู่เสมอ</p>
<p>หลังจากที่ได้เอาเพลงนี้ให้พี่บอยด์ฟัง และได้รับปรับแก้และรับการอนุมัติอย่างรวดเร็ว ทีนี้จะเอาใครมาร้องดีเนี่ย? ผมเองไม่ใช่คนที่ร้องเพลงเก่งขนาดนั้น เกรงว่าถ้าร้องเองอาจจะมีผลให้ยอดขายอัลบั้มนี้ตกซะมากกว่า! ก็เลยนึกถึงน้องคนหนึ่งที่ได้รู้จักกันมาไม่นาน ได้มีโอกาสเล่นดนตรีร่วมกันในงานคริสเตียนมาเล็กน้อย และผมก็ชอบเสียงร้องของเขามากๆ ก็คือวุฒิ วงศ์สรรเสริญ นั่นเอง ผมตัดสินใจโทรหาวุฒิ ทันทีหลังจากที่เดินออกจากบ้านของพี่บอยด์ และในเวลาเพียงแค่ 3 &#8211; 4 ชั่วโมงหลังจากนั้น เพลงนี้ก็ได้รับการบันทึกเสียง ใน Bedroom Studio เล็กๆ ที่บ้านของผมเอง</p>
<p>ในวันที่เราเอางานไปให้พี่บอยด์ฟังเป็นรอบสุดท้าย พี่บอยด์ก็ถามว่า แล้วจะใช้ชื่อวงว่าอะไรดี? &#8230;.​ไม่มีคำตอบจากพวกเรา&#8230;. แต่เราเห็นพี่บอยด์คิดอะไรเล็กน้อยอยู่ประมาณ 15 วินาที พี่บอยด์ก็บอกว่า &#8220;COUPE&#8221; (อ่านว่า คู้ป) ละกัน &#8220;นาย 2 คน ชื่อวง Coupe นะ เหมือนกับรถที่มี 2 ประตูนั่นแหละ!&#8221;</p>
<h3>คอย -Coupe</h3>
<p><strong>คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียง :</strong> เมธา เกรียงปริญญากิจ<br />
<strong>ร้องนำ :</strong> วุฒิ วงศ์สรรเสริญ</p>
<p>คิดถึงวันคืน ที่เคยฝัน คิดถึงที่เคยผูกพัน<br />
คิดถึงเวลาที่เธอและฉันอยู่ใกล้<br />
คิดถึงเมื่อวันที่จาก ที่ร้างเธอไปแสนไกล<br />
คิดถึงทีไร อยากให้วันคืนหวนมา</p>
<p>เฝ้าคิดถึงเธออยู่ตรงนี้ ในที่ๆเราห่างไกล<br />
เฝ้าคิด รอคอยว่าวันไหนจะเจอ<br />
ถึงแม้เวลาจะเปลี่ยน ชีวิตดำเนินหมุนเวียน<br />
แต่ฉันยังรออยู่ เฝ้าคอยเธอเสมอ</p>
<p>เนิ่นนานเท่าไหร่ยังรอ เนิ่นนานไม่เคยเหนื่อยล้า<br />
เนิ่นนานเท่าไหร่ ยิ่งนานเท่าไหร่<br />
ที่ว่างในใจดวงนี้ยังมีให้เธออยู่</p>
<p>คอยเธอจะหวนกลับมา หัวใจยังคอยทุกเวลา<br />
เนิ่นนานเท่าไหร่ ฉันคอยเธออยู่ มาคู่กัน</p>
<p><strong>วีดีโอคลิป จากงานเปิดตัวอัลบั้ม Love Is Vol.1 ที่ B2S เซ็นทรัลชิดลม (สมัยวุฒิยังผอม)</strong><br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/cfKTQRVXDZQ?fs=1&amp;hl=en_US" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/cfKTQRVXDZQ?fs=1&amp;hl=en_US" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>แล้ววง Coupe หายไปไหน ไม่ได้หายไปไหนครับ เราพยายามช่วยกันแต่งเพลงทำเพลงกันอยู่ระยะหนึี่ง เพื่อที่จะออกอัลบั้มเป็นเรื่องเป็นราว แต่ด้วยภาระหน้าที่และชีวิตที่เปลี่ยนไปของผม ทำให้มีเวลาน้อยลงเรื่อยๆ กับการทำเพลง รวมถึงวุฒิเองก็ได้มีโอกาสไปรวมกลุ่มเป็นหนึี่งในศิลปิน Rhythm &amp; Boyd 11th ด้วย ทำให้เราเหมือนกับว่าพักโครงการอัลบั้มของ Coupe ไปอย่างไม่เป็นทางการ</p>
<p>แต่ถ้าถามว่า ยังอยากจะมีอัลบั้มของตัวเองในชื่อของวง Coupe อีกไหม? นั่นเป็นสิ่งที่ยังคงอยู่ในใจเสมอ และอยากจะเห็นมันเกิดขึ้นในชีวิตนี้เหมือนกันครับ ทุกวันนี้เจอหน้ากันกับวุฒิ ก็ยังแซวกันเองอยู่บ่อยๆ ว่าเมื่อไหร่จะกลับมาทำเพลงเล่นดนตรีด้วยกันอีก</p>
<p><strong>เอาเป็นว่าถ้าใครชอบเพลง&#8221;คอย&#8221; และอยากจะได้ยินผลงานจากเราทั้ง 2 คนวง Coupe อีก ก็มาช่วยกันเขียนคอมเม้นท์กระตุ้นพวกเราไว้ตรงนี้หน่อยเถอะ เผื่อว่าคุณอาจจะได้ยินเพลงอะไรใหม่ๆ จากเราเร็วๆ นี้ก็ได้</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/08/koy-coupe/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ให้สัมภาษณ์วิทยุรายการ MCOT DOT NET เรื่องการสอน facebook</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/08/facebook-radio-interview/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=facebook-radio-interview</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/08/facebook-radio-interview/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Aug 2010 18:08:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Training]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Radio]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=261</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งแต่เริ่มต้นสอน facebook อย่างเป็นจริงเป็นจัง ก็ทำให้ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ แทบทุกอาทิตย์ แถมยังได้มีโอกาสทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อนอีกหลายอย่าง ล่าสุดนี้ก็ได้มีโอกาสไปเป็นแขกรับเชิญให้สัมภาษณ์ในรายการ mcot dot net ทาง fm100.5 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2010 ในหัวข้อที่ว่า &#8220;คนไทยอยากเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับ facebook&#8221; กับคุณ @sresuda และคุณ @yoware ครับ ตอนแรกก็ตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยออกรายการวิทยุมาก่อน (เคยแต่ออกทีวี) แต่ว่าคุณศรีสุดาก็ชวนคุยได้สนุกสนานมาก แถมคุณโยนั้นก็เป็นเพื่อนกับเพื่อนของผมอีกหลายๆ คน ซึ่งถึงแม้ไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่ก็รู้สึกมีความสนิทสนมขึ้นมาทันทีครับ ทำให้บรรยากาศในการพูดคุยนั้นสนุกสนานและสบายกว่าที่คิด จนท้ายที่สุดปรากฎว่าครึี่งชั่วโมงนั้นผ่านไปเร็วมาก เนื้อหาที่คุยนั้นก็จะพูดในแง่ที่ว่าทำไมถึงมีคนสนใจเรียนรู้เรื่องการใช้งาน facebook และเขาเรียนไปเพื่ออะไรกัน ผมคงไม่ต้องมาเขียนซ้ำที่นี่ว่าพูดอะไรไปบ้าง เพราะว่ามีคลิปเสียงให้ฟังย้อนหลังอยู่ ใครสนใจก็เปิดฟังกันได้ครับ (แต่ตอนต้นคลิปจะมีข่าวก่อนนะครับ ฟังกันไปเพลินๆ ซักพักใหญ่ๆ ก่อนแล้วค่อยเจอตัวจริง) ฟังคลิปเสียงย้อนหลังที่นี่ครับ ระหว่างที่ให้สัมภาษณ์ก็มีการถ่ายรูปอัพโหลดลง Twitter และ Fan Page ของ MCOT DOT NET [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตั้งแต่เริ่มต้นสอน facebook อย่างเป็นจริงเป็นจัง ก็ทำให้ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ แทบทุกอาทิตย์ แถมยังได้มีโอกาสทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อนอีกหลายอย่าง ล่าสุดนี้ก็ได้มีโอกาสไปเป็นแขกรับเชิญให้สัมภาษณ์ในรายการ mcot dot net ทาง fm100.5 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2010 ในหัวข้อที่ว่า <strong>&#8220;คนไทยอยากเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับ facebook&#8221;</strong> กับคุณ @sresuda และคุณ @yoware ครับ</p>
<p>ตอนแรกก็ตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยออกรายการวิทยุมาก่อน (เคยแต่ออกทีวี) แต่ว่าคุณศรีสุดาก็ชวนคุยได้สนุกสนานมาก แถมคุณโยนั้นก็เป็นเพื่อนกับเพื่อนของผมอีกหลายๆ คน ซึ่งถึงแม้ไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่ก็รู้สึกมีความสนิทสนมขึ้นมาทันทีครับ ทำให้บรรยากาศในการพูดคุยนั้นสนุกสนานและสบายกว่าที่คิด จนท้ายที่สุดปรากฎว่าครึี่งชั่วโมงนั้นผ่านไปเร็วมาก</p>
<p>เนื้อหาที่คุยนั้นก็จะพูดในแง่ที่ว่าทำไมถึงมีคนสนใจเรียนรู้เรื่องการใช้งาน facebook และเขาเรียนไปเพื่ออะไรกัน ผมคงไม่ต้องมาเขียนซ้ำที่นี่ว่าพูดอะไรไปบ้าง เพราะว่ามีคลิปเสียงให้ฟังย้อนหลังอยู่ ใครสนใจก็เปิดฟังกันได้ครับ (แต่ตอนต้นคลิปจะมีข่าวก่อนนะครับ ฟังกันไปเพลินๆ ซักพักใหญ่ๆ ก่อนแล้วค่อยเจอตัวจริง)<span id="more-261"></span></p>
<p style="text-align: center;"><strong><a href="http://radio.mcot.net/fm1005/@Play.php?clip_id=74368" target="_blank">ฟังคลิปเสียงย้อนหลังที่นี่ครับ</a></strong></p>
<p style="text-align: left;">ระหว่างที่ให้สัมภาษณ์ก็มีการถ่ายรูปอัพโหลดลง Twitter และ Fan Page ของ MCOT DOT NET กันบ้างเล็กน้อย ทำให้ในที่สุดก็ต้องเปิดเผยชื่อเสียงเรียงนาม พร้อมปรากฎตัวเจ้าของเว็บ facebookgoo.com อันโด่งดัง หลังจากที่หลบๆ ซ่อนๆ กันมานาน <img src='http://mehtamorphosis.tv/wp-includes/images/smilies/icon_razz.gif' alt=':P' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/09/mcot_interview.jpg"><img class="size-full wp-image-263 aligncenter" title="mcot_interview" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/09/mcot_interview.jpg" alt="fb_status" width="550" height="498" /></a></p>
<p>และแน่นอนที่สุด หลังรายการ ก็ต้องถ่ายรูปคู่กับเจ้าของรายการทั้งสองท่านกันเล็กน้อยครับ เป็นหลักฐานยืนยันว่าได้มาถึงถิ่นแล้ว</p>
<div id="attachment_264" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/09/mk_with_sresuda.jpg"><img class="size-medium wp-image-264 " title="mk_with_sresuda" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/09/mk_with_sresuda-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a><p class="wp-caption-text">ถ่ายรูปคู่กับ @sresuda</p></div>
<div id="attachment_265" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/09/mk_with_yoware.jpg"><img class="size-medium wp-image-265" title="mk_with_yoware" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/09/mk_with_yoware-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a><p class="wp-caption-text">ถ่ายรูปคู่กับ @yoware ซึ่งเป็นเพื่อนกับเพื่อนหลายคนของผม</p></div>
<p>แถมตอนลงลิฟท์จะกลับบ้าน ยังได้มีโอกาสพบกับพี่ตุ้ย ธีรภัทร์ ซึ่งก็ทำรายการอยู่ในอาคารเดียวกัน ซึ่งถ้าอ่านบล็อกของผมก่อนหน้านี้ จะเห็นว่าผมเคยมีส่วนอัดเสียงหลายๆ เพลงให้พี่ตุ้ยอยู่ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เจอตัวจริงครับ ก็เลยถือโอกาสแนะนำตัวซักเล็กน้อย ว่าอย่างน้อยเคยมีชื่ออยู่ในอัลบั้มเดียวกันมาก่อน พร้อมกับถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกด้วย</p>
<div id="attachment_266" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/09/mk_with_tui.jpg"><img class="size-medium wp-image-266" title="mk_with_tui" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/09/mk_with_tui-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a><p class="wp-caption-text">ลงมาข้างล่างเจอกับพี่ตุ้ยธีรภัทร์</p></div>
<p>สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ MCOT DOT NET fm100.5 คุณศรีสุดา และคุณโย อีกครั้งนึงครับสำหรับโอกาสที่ได้พูดคุยกันครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/08/facebook-radio-interview/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;สวัสดีไชโย&#8221; งานสำหรับ orchestra ชิ้นแรก</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/07/sawasdee-chaiyo/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=sawasdee-chaiyo</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/07/sawasdee-chaiyo/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Jul 2010 17:16:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Orchestration]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=226</guid>
		<description><![CDATA[นักเรียนดนตรีที่เรียนด้าน composition สายคลาสสิคทุกคนจะต้องเจอวิชาบังคับวิชาหนึ่งที่ชื่อว่า &#8220;Orchestration&#8221; ซึ่งถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวง orchestra นั่นเอง วิชานี้เป็นวิชาที่จำเป็นมาก แต่ต้องอาศัยจินตนาการสูงส่ง เพราะว่าทุกอย่างที่เราเขียนและฝึกไปในห้องเรียนตามทฤษฎีนั้น เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสุดท้ายแล้วมันจะฟังออกมาเป็นยังไง จนกว่าจะได้มีโอกาสเอาไปยื่นให้วง orchestra จริงๆ ขนาดซัก 50  คนเล่นให้เราฟังเท่านั้น ซึ่งสำหรับสมัย 13 ปีที่แล้วนับว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นความฝันสำหรับนักเรียนดนตรีบ้านเราก็ว่าได้ (จริงๆ สมัยนี้ก็ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่ แต่ว่ามี software เยอะแยะที่สามารถจะสร้างเสียงเลียนแบบวง orchestra ได้เหมือนมากๆ จนสามารถใช้เป็นเครื่องมือการเรียนได้เลย) ผมเองก็ผ่านวิชานี้มาอย่างงงๆ พอสมควร ตัวอาจารย์เองก็ดูจะไม่ค่อยได้จริงจังกับการสอนวิชานี้มาก แถมตอนวันเปิดคอร์สยังพูดแกมประชดอีกด้วยว่า &#8220;วิชานี้น่ะ เรียนไปก็คงมีไม่กี่คนที่จะได้เอาไปใช้&#8221; หารู้ไม่ว่าวันหนึ่งเมื่อผมมีโอกาสได้ใช้วิชานี้ครั้งแรกในชีวิตจริง มันจะเป็นงานระดับโลกอย่างนี้!!! วันหนึ่งในปี 1998 พี่แจ็ค (อภิสิทธิ์ วงโชติ) ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นพี่อัจฉริยะแห่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ และปัจจุบันเป็นผู้คร่ำหวอดอยู่เบื้องหลังงานเพลงดีๆ มากมาย ได้โทรมาหาผมพร้อมกับส่งต่องานชิ้นหนึ่งให้ ซึ่งก็คืองานเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลงๆ หนึ่งสำหรับการแสดงในพิธิเปิดกีฬา Asian Games นั่นเอง เนื่องจากพี่แจ็คเองเป็นผู้ที่รับงานนี้เอาไว้ก่อน แต่ขณะนั้นมีเหตุจะต้องเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกา ผมไม่แน่ใจว่าพี่แจ็คคิดอะไรไว้ถึงเลือกผมทั้งๆ ที่มีเพื่อนและรุ่นพี่ที่เก่งๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="chaiyo" src="http://cimg21.163.com/sports/2008/4/27/200804271737091fed9.gif" alt="" width="126" height="168" />นักเรียนดนตรีที่เรียนด้าน composition สายคลาสสิคทุกคนจะต้องเจอวิชาบังคับวิชาหนึ่งที่ชื่อว่า &#8220;Orchestration&#8221; ซึ่งถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวง orchestra นั่นเอง วิชานี้เป็นวิชาที่จำเป็นมาก แต่ต้องอาศัยจินตนาการสูงส่ง เพราะว่าทุกอย่างที่เราเขียนและฝึกไปในห้องเรียนตามทฤษฎีนั้น เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสุดท้ายแล้วมันจะฟังออกมาเป็นยังไง จนกว่าจะได้มีโอกาสเอาไปยื่นให้วง orchestra จริงๆ ขนาดซัก 50  คนเล่นให้เราฟังเท่านั้น ซึ่งสำหรับสมัย 13 ปีที่แล้วนับว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นความฝันสำหรับนักเรียนดนตรีบ้านเราก็ว่าได้ (จริงๆ สมัยนี้ก็ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่ แต่ว่ามี software เยอะแยะที่สามารถจะสร้างเสียงเลียนแบบวง orchestra ได้เหมือนมากๆ จนสามารถใช้เป็นเครื่องมือการเรียนได้เลย)</p>
<p>ผมเองก็ผ่านวิชานี้มาอย่างงงๆ พอสมควร ตัวอาจารย์เองก็ดูจะไม่ค่อยได้จริงจังกับการสอนวิชานี้มาก แถมตอนวันเปิดคอร์สยังพูดแกมประชดอีกด้วยว่า <em>&#8220;วิชานี้น่ะ เรียนไปก็คงมีไม่กี่คนที่จะได้เอาไปใช้&#8221;</em></p>
<p><strong>หารู้ไม่ว่าวันหนึ่งเมื่อผมมีโอกาสได้ใช้วิชานี้ครั้งแรกในชีวิตจริง มันจะเป็นงานระดับโลกอย่างนี้!!!<span id="more-226"></span></strong></p>
<p>วันหนึ่งในปี 1998 พี่แจ็ค (อภิสิทธิ์ วงโชติ) ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นพี่อัจฉริยะแห่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ และปัจจุบันเป็นผู้คร่ำหวอดอยู่เบื้องหลังงานเพลงดีๆ มากมาย ได้โทรมาหาผมพร้อมกับส่งต่องานชิ้นหนึ่งให้ ซึ่งก็คืองานเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลงๆ หนึ่งสำหรับการแสดงในพิธิเปิดกีฬา Asian Games นั่นเอง เนื่องจากพี่แจ็คเองเป็นผู้ที่รับงานนี้เอาไว้ก่อน แต่ขณะนั้นมีเหตุจะต้องเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกา ผมไม่แน่ใจว่าพี่แจ็คคิดอะไรไว้ถึงเลือกผมทั้งๆ ที่มีเพื่อนและรุ่นพี่ที่เก่งๆ คนอื่นๆ อีกมากมาย แต่ด้วยความร้อนวิชาและอยากลองของของเด็กปี 4 ทำให้รับปากว่าจะลองทำดู ทั้งๆ ที่มีโปรเจ็คท์ใหญ่ ซึ่งเป็นเพลงของตัวเองที่จะต้องทำเพื่อเรียนให้จบค้างคาอยู่ (อันที่จริงยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ)</p>
<p>งานนี้ทำให้ผมได้ร่วมงานกับศิลปินดังๆ มากมายหลายคน ผมต้องทำดนตรีคู่กับพี่ จิรพรรณ อังศวานนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักดนตรีแถวหน้าของประเทศไทย โดยพี่จิ ได้แต่งและเรียบเรียงดนตรีเพลง &#8220;สว้สดีไชโย&#8221; นี้ไว้แล้วอย่าง&#8221;คร่าวๆ&#8221; เป็น MIDI บนคอมพิวเตอร์ หน้าที่ของผมคือการแต่งเติมสีสันและรายละเอียดของเพลงนี้ให้ยิ่งใหญ่อลังการพร้อมกับพิมพ์โน้ตสำหรับวง orchestra ขนาดใหญ่และคณะนักร้องประสานเสียงหลายร้อยชีวิต ซึ่งหลังจากเสร็จแล้วก็ต้องส่งต่อให้กับอ.ดนู ฮันตระกูล ซึ่งจะเป็น conductor หลักของงาน Asian Games นี้ตรวจสอบและซักซ้อมกันอีกทีก่อนที่จะมีการซ้อมจริงกับวง Bangkok Symphony Orchestra และบันทึกเสียงเพื่อใช้ในการซ้อมและการแสดง</p>
<p>แน่นอนว่างานนี้ทำให้ผมเครียดอยู่เป็นเวลาระยะหนึ่ง โดยเฉพาะการทำงานใหญ่ขนาดนี้บนคอมพิวเตอร์ PC รุ่น 386 ซึ่งนับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในยุคนั้น จำได้ว่าเวลาสั่ง print โน้ตชุดหนึ่ง กว่าจะเริ่ม print แผ่นแรกนั้น ผมสามารถไปเข้าห้องน้ำและกินข้าวได้ 1 จานสบายๆ</p>
<p>และความรู้สึกที่ลุ้นที่สุดก็คือ วันที่จะได้ยินเพลงนี้บรรเลงออกมาด้วยวง orchestra ขนาดใหญ่ของจริงในการซ้อมครั้งแรกนั่นเอง ซึ่งผลที่ออกมาก็ดีกว่าที่คิดไว้ แต่ก็มีจุดที่ตัวเองยังไม่พอใจหลายอย่าง ยังดีที่มีอ.ดนู เข้ามาช่วยชี้แนะ จนทำให้การแก้งานในรอบต่อมาฟังออกมาดูดีขึ้นเรื่อยๆ และออกมาเป็นงานที่น่าพอใจและภูมิใจเป็นอย่างมากอีกชิ้นหนึ่ง</p>
<p>ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน ถึงเพลงนี้จะไม่ใช่เป็นเพลงที่ผมแต่งเอง หรืออาจจะไม่ใช่เพลงที่ดีที่สุด แต่ภาพและเสียงในชั่วขณะที่ได้เห็นนักดนตรีและนักร้องรวมๆ กันหลายร้อยชีวิต บรรเลงตัวโน้ตต่างๆ ที่สอดประสานออกมาจากความคิดของเรา และกลายเป็นเสียงที่ไพเราะยิ่งใหญ่อลังการ ในวันที่บันทึกเสียงเพลงนี้ตอน take สุดท้ายที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยนั้น คงเป็นทั้งภาพและเสียงและความรู้สึกที่ผมคงจะเก็บไว้ในความทรงจำตลอดไปเป็นแน่&#8230;  นี่สินะคือสเน่ห์ที่ทำให้มีคนบางคนถึงรักการเขียนเพลงให้กับวง Orchestra อย่างไม่รู้จักเบื่อ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/88PA2Haq10E&amp;hl=en_US&amp;fs=1?color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/88PA2Haq10E&amp;hl=en_US&amp;fs=1?color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/07/sawasdee-chaiyo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิทยากรสอน facebook</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/facebook-training/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=facebook-training</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/facebook-training/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jun 2010 18:09:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Training]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Workshop]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=209</guid>
		<description><![CDATA[ใครจะไปรู้ว่าเว็บไซท์ที่ทำขึ้นมาเล่นๆ จะกลายเป็นเวทีใหญ่ได้ในวันหนึ่ง&#8230; ผมเริ่มเล่น facebook เมื่อตอนปลายปี 2007 เพราะว่ามีเพื่อนฝรั่งชวนให้ลองเล่นดู ยุคนั้นคนไทยแทบไม่มีใครรู้จัก facebook แถมกระแส hi5 กำลังมาแรงถึงขีดสุด เรียกได้ว่าลงข่าว ออกทีวี กันแทบไม่เว้นวัน ถึงแม้เหตุผลที่ได้ออกสื่อต่างๆ นั้นจะไม่ค่อยดีนักก็เถอะ แต่มีอะไรยางอย่างทำให้ผมรู้สึว่า วันหนึ่ง facebook จะต้องมาแรงแน่ๆ และจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ผมจึงลองชวนเพื่อนคนไทยมาลองเล่น facebook กันบ้าง แต่สมัยนั้นเมนูภาษาไทยก็ยังไม่มี แถมวิธิีการใช้งานก็ออกจะงงๆ จะชวนใครมาเล่นก็บอกว่ายากมั่ง ไม่เก่งภาษามั่ง ไม่มีเพื่อนมั่ง ก็เลยคิดว่าจะสร้างเว็บขึ้นมาซักเว็บนึง เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้ facebook แล้วเผื่อว่าจะเป็นที่ๆ คนจะได้มารู้จักกัน มาหาเพื่อนใหม่ๆ กันด้วย คิดไปคิดมาก็เลยปิ๊งชื่อที่ว่า facebookgoo.com อาจจะเป็นเพราะว่าชื่อนี้ฟังดูมีความเป็นไทยดี แถมยังทีเล่นทีจริงไม่ดูหนักหนาแก่วิชาการเกินไป แล้วเวลาไปบอกใครก็แปลกดีที่จะพูดว่า &#8220;อยากเล่น facebook เป็นเหรอ ไปดูที่ facebookgoo สิ&#8221; ผมทำเว็บนี้ในช่วงแรกแบบตามใจตัวเองพอสมควร นึกจะอัพเดทก็อัพกันเป็นชุด นึกขี้เกียจขึ้นมาก็ไม่อัพเดทอะไรเลยไปสองสามเดือน แต่ก็ยังมีคนเข้ามาดู เข้ามาอ่านกันอยุ่เรื่อยๆ แบบชิวๆ จนกระทั่งมี(อดีต)นักการเมืองท่านหนึ่งได้เริ่มต้นใช้สื่อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><img class="alignleft" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="fb" src="http://www.millikin.edu/media/millikinminute/PublishingImages/icon_facebook.png" alt="" width="120" />ใครจะไปรู้ว่าเว็บไซท์ที่ทำขึ้นมาเล่นๆ จะกลายเป็นเวทีใหญ่ได้ในวันหนึ่ง&#8230;</strong></p>
<p>ผมเริ่มเล่น facebook เมื่อตอนปลายปี 2007 เพราะว่ามีเพื่อนฝรั่งชวนให้ลองเล่นดู ยุคนั้นคนไทยแทบไม่มีใครรู้จัก facebook แถมกระแส hi5 กำลังมาแรงถึงขีดสุด เรียกได้ว่าลงข่าว ออกทีวี กันแทบไม่เว้นวัน ถึงแม้เหตุผลที่ได้ออกสื่อต่างๆ นั้นจะไม่ค่อยดีนักก็เถอะ</p>
<p>แต่มีอะไรยางอย่างทำให้ผมรู้สึว่า วันหนึ่ง facebook จะต้องมาแรงแน่ๆ และจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ผมจึงลองชวนเพื่อนคนไทยมาลองเล่น facebook กันบ้าง แต่สมัยนั้นเมนูภาษาไทยก็ยังไม่มี แถมวิธิีการใช้งานก็ออกจะงงๆ จะชวนใครมาเล่นก็บอกว่ายากมั่ง ไม่เก่งภาษามั่ง ไม่มีเพื่อนมั่ง ก็เลยคิดว่าจะสร้างเว็บขึ้นมาซักเว็บนึง เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้ facebook แล้วเผื่อว่าจะเป็นที่ๆ คนจะได้มารู้จักกัน มาหาเพื่อนใหม่ๆ กันด้วย คิดไปคิดมาก็เลยปิ๊งชื่อที่ว่า facebookgoo.com อาจจะเป็นเพราะว่าชื่อนี้ฟังดูมีความเป็นไทยดี แถมยังทีเล่นทีจริงไม่ดูหนักหนาแก่วิชาการเกินไป แล้วเวลาไปบอกใครก็แปลกดีที่จะพูดว่า <em>&#8220;อยากเล่น facebook เป็นเหรอ ไปดูที่ facebookgoo สิ&#8221;<span id="more-209"></span></em></p>
<p>ผมทำเว็บนี้ในช่วงแรกแบบตามใจตัวเองพอสมควร นึกจะอัพเดทก็อัพกันเป็นชุด นึกขี้เกียจขึ้นมาก็ไม่อัพเดทอะไรเลยไปสองสามเดือน แต่ก็ยังมีคนเข้ามาดู เข้ามาอ่านกันอยุ่เรื่อยๆ แบบชิวๆ จนกระทั่งมี(อดีต)นักการเมืองท่านหนึ่งได้เริ่มต้นใช้สื่อ social media ทั้ง twitter และ facebook เป็นช่องทางในการสื่อสาร ทำให้คำว่า facebook เริ่มไปปรากฎอยู่ในสื่อบ้าง ขณะเดียวกันเหล่า celeb ทั้งหลายก็เริ่มค้นพบว่าการมี facebook นั้นมีช่วยเสริมบารมีได้ <img src='http://mehtamorphosis.tv/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' />  ทำให้มีการพูดถึง facebook กันมากขึ้นในสื่อต่างๆ แถมยังมีแรงเกื้อหนุนที่เด็กไทยก็เริ่มสนใจเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นมา หันมาเก็บผัก เลี้ยงวัว กันเป็นแถวใน farmville และเกมส์อื่นๆ ทำให้อยู่ๆ facebook ก็เริ่มมาอยู่ในความสนใจของคนไทยขึ้นมาอย่างทันทีทันใด!</p>
<p>ปี 2009 เป็นปีที่คนไทยหันมาใช้ facebook กันเยอะสุด เว็บ <a href="http://www.facebookgoo.com" target="_blank">facebookgoo</a> ของผมก็มีคนหลั่งไหลกันเข้ามาหาข้อมูลอย่างล้นหลาม สถิติผู้เข้าชมทะยานขึ้น 2 &#8211; 3 เท่าในเวลาแค่ไม่กี่เดือน และที่ตามมาคือคำถามมากมายที่โพสท์กันเข้ามา อีเมล์กันเข้ามา ปรึกษาการใช้งาน ราวกับว่าผมเป็นฝ่าย customer service ของบริษัท facebook เสียเอง ซึ่งผมก็พยายามจะตอบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อะไรที่ไม่รู้ก็ไปค้นคว้ามาช่วยตอบ จนกระทั่งหลังๆ มีคนอีเมล์มาขอให้ช่วยสอนเล่นแบบเป็นเรื่องเป็นราว ผมก็เลยมีไอเดียผุดขึ้นมาว่าไหนๆ ก็มีประสบการณ์และข้อมูลขนาดนี้แล้ว น่าจะลองเปิดคลาสดูซะเลย!</p>
<p>Workshop <strong>&#8220;มือใหม่หัดใช้ facebook&#8221;</strong> จึงได้เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม 2010 แล้วก็จัดอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา และแตกแขนงออกเป็นหัวข้ออื่นๆ เพื่อที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหลักสูตรล่าสุดที่เปิดอยู่ก็คือ <strong>&#8220;การใช้ facebook สำหรับธุรกิจและองค์กร&#8221;</strong><a href="http://www.facebookgoo.com/2010/06/09/workshop-facebook-page-management/" target="_blank"><br />
</a>ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทีเดียว จนทุกวันนี้ไปเล่าให้ใครฟังก็แทบจะไม่มีใครเคยคิดว่าจะมีคนที่ทำงานเป็น <strong>&#8220;วิทยากรสอน facebook&#8221;</strong> อย่างผมอยู่ด้วย</p>
<p><object width="400" height="267" classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="flashvars" value="host=picasaweb.google.com&amp;hl=th&amp;feat=flashalbum&amp;RGB=0x000000&amp;feed=http%3A%2F%2Fpicasaweb.google.com%2Fdata%2Ffeed%2Fapi%2Fuser%2F117186724856401689307%2Falbumid%2F5484534026775913073%3Falt%3Drss%26kind%3Dphoto%26hl%3Dth" /><param name="src" value="http://picasaweb.google.com/s/c/bin/slideshow.swf" /><embed width="400" height="267" type="application/x-shockwave-flash" src="http://picasaweb.google.com/s/c/bin/slideshow.swf" flashvars="host=picasaweb.google.com&amp;hl=th&amp;feat=flashalbum&amp;RGB=0x000000&amp;feed=http%3A%2F%2Fpicasaweb.google.com%2Fdata%2Ffeed%2Fapi%2Fuser%2F117186724856401689307%2Falbumid%2F5484534026775913073%3Falt%3Drss%26kind%3Dphoto%26hl%3Dth" /></object></p>
<p><strong>ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ก็แค่จะบอกว่า อย่าดูถูกความฝันหรือการเริ่มต้นเล็กๆ น้อยๆ เชียว วันหนึ่งมันอาจจะเติบโตขึ้นและกลายเป็นอะไรที่คุณคาดไม่ถึงก็ได้ครับ&#8230;</strong></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>อัพเดท (พฤศจิกายน 2011)</strong></span> เว็บไซท์ Facebookgoo ได้ทำการเปลี่ยนแปลงชื่อเป็น <a href="http://www.socialmer.com">Socialmer.com</a> ด้วยความจำเป็นบางประการ<br />
ในส่วนของการอบรมต่างๆ นั้น สามารถดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์บริษัท Katalyzt Factory ที่<a href="http://katalyzt.me"> http://katalyzt.me</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/facebook-training/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แต่งเพลงให้กับ Marching Band</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/marching-band-show-piece/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=marching-band-show-piece</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/marching-band-show-piece/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 16:48:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Composition]]></category>
		<category><![CDATA[Marching Band]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=206</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าลองไปคุยดูกับนักดนตรีอาชีพหลายๆ คนในบ้านเรา ทั้งคนในเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จะพบว่าประสบการณ์การเล่นดนตรีครั้งแรกในชีวิตของหลายๆ ท่านก็คือการเล่นอะไรซักอย่างนึงในวง Marching Band นี่แหละ ซึ่งสมัยโบราณบ้านเราจะเรียกว่า &#8220;วงดุริยางค์&#8221; รุ่นต่อมาก็เริ่มเรียกว่า &#8220;วงโยธวาทิต&#8221; จนมาเรื่อยๆ ปัจจุบัน ก็เริ่มจะเรียกตามฝรั่งกันไปว่า &#8220;Drum Corps&#8221; บ้าง &#8220;Brass Band&#8221; บ้าง แต่สุดท้ายแล้ว มันก็หมายความรวมๆ ถึงวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องเป่าและเครื่องตีเป็นหลัก ที่เหมาะสำหรับการบรรเลงกลางแจ้งนั่นเอง ส่วนจะเป็นการนั่งหรือยืนบรรเลงอยู่กับที่ หรือว่าจะมีการแปรขบวนไปด้วยก็แล้วแต่โอกาสต่างๆ กัน แต่ก็นับว่าเป็นการแสดงที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนดูได้เสมอมา สำหรับในเมืองไทยเรา วงดนตรีประเภทนี้ก็เริ่มที่จะมีชื่อเสียงมาตั้งแต่เมื่อซัก 30 &#8211; 40 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งที่วงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลแต่งชุดลูกเสือไปประกวดถึงประเทศเนเธอร์แลนด์และคว้ารางวัลกลับมาให้ชาวไทยได้ฮือฮากัน และโรงเรียนนี้แหละที่เป็นสถาบันที่เริ่มต้นชีวิตนักดนตรีให้กับตัวผมเอง แต่การที่เคยเล่นดนตรีอยู่ในวง Marching Band มาหลายปีนั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก เมื่อในปี 2006 (หลังจาก 10 ปีที่ไม่ได้คลุกคลีกับวงการนี้เลย) ผมได้รับโจทย์แกมบังคับบีบคอจากรุ่นพี่่ที่สนิทกัน เพื่อให้เป็นผู้ประพันธ์เพลงให้กับวงโยธวาทิตโรงเรียนเทพมิตรศึกษา เข้าประกวดในการแข่งขันระดับชาติ ผมเองซึ่งไม่เคยแต่งเพลงลักษณะนี้เลย แต่โดยภาวะจำยอม รวมกับอาการคันอยากพิสูจน์ตัวเองเล็กน้อย ก็เลยรับปากไปอย่างงงๆ โจทย์ของเพลงชุดนี้คือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="cavalier" src="http://en.wikivisual.com/images/b/b8/Cavaliers_2004_dci_world_championships.jpg" alt="" width="191" height="176" />ถ้าลองไปคุยดูกับนักดนตรีอาชีพหลายๆ คนในบ้านเรา ทั้งคนในเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จะพบว่าประสบการณ์การเล่นดนตรีครั้งแรกในชีวิตของหลายๆ ท่านก็คือการเล่นอะไรซักอย่างนึงในวง Marching Band นี่แหละ ซึ่งสมัยโบราณบ้านเราจะเรียกว่า &#8220;วงดุริยางค์&#8221; รุ่นต่อมาก็เริ่มเรียกว่า &#8220;วงโยธวาทิต&#8221; จนมาเรื่อยๆ ปัจจุบัน ก็เริ่มจะเรียกตามฝรั่งกันไปว่า &#8220;Drum Corps&#8221; บ้าง &#8220;Brass Band&#8221; บ้าง แต่สุดท้ายแล้ว มันก็หมายความรวมๆ ถึงวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องเป่าและเครื่องตีเป็นหลัก ที่เหมาะสำหรับการบรรเลงกลางแจ้งนั่นเอง ส่วนจะเป็นการนั่งหรือยืนบรรเลงอยู่กับที่ หรือว่าจะมีการแปรขบวนไปด้วยก็แล้วแต่โอกาสต่างๆ กัน แต่ก็นับว่าเป็นการแสดงที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนดูได้เสมอมา<span id="more-206"></span></p>
<p>สำหรับในเมืองไทยเรา วงดนตรีประเภทนี้ก็เริ่มที่จะมีชื่อเสียงมาตั้งแต่เมื่อซัก 30 &#8211; 40 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งที่วงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลแต่งชุดลูกเสือไปประกวดถึงประเทศเนเธอร์แลนด์และคว้ารางวัลกลับมาให้ชาวไทยได้ฮือฮากัน และโรงเรียนนี้แหละที่เป็นสถาบันที่เริ่มต้นชีวิตนักดนตรีให้กับตัวผมเอง</p>
<p>แต่การที่เคยเล่นดนตรีอยู่ในวง Marching Band มาหลายปีนั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก เมื่อในปี 2006 (หลังจาก 10 ปีที่ไม่ได้คลุกคลีกับวงการนี้เลย) ผมได้รับโจทย์แกมบังคับบีบคอจากรุ่นพี่่ที่สนิทกัน เพื่อให้เป็นผู้ประพันธ์เพลงให้กับวงโยธวาทิตโรงเรียนเทพมิตรศึกษา เข้าประกวดในการแข่งขันระดับชาติ ผมเองซึ่งไม่เคยแต่งเพลงลักษณะนี้เลย แต่โดยภาวะจำยอม รวมกับอาการคันอยากพิสูจน์ตัวเองเล็กน้อย ก็เลยรับปากไปอย่างงงๆ</p>
<p>โจทย์ของเพลงชุดนี้คือ <strong>&#8220;รถแข่ง Formula 1&#8243;</strong> การจะเอารถแข่งมาอยู่ในวงดนตรีนั้นจะทำยังไงดี? ดังนั้นกว่าผมจะเค้นแต่ละโน้ต แต่ละห้องเพลงออกมากับผลงานชิ้นแรกนี้ ยอมรับว่าไม่ง่ายเลย ผมใช้เวลาค่อนข้างเยอะมากกับผลงานชิ้นนี้ ซึ่งผลที่ออกมาก็นับว่าน่าพอใจระดับนึง ถึงแม้จะถูกบ่นว่ายากเกินไปสำหรับเด็กม.3 (ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะ) ทำให้เล่นออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ยังไงก็ตาม การประกวดครั้งนี้ก็ได้รับรางวัลกันไปอย่างน่าพอใจทีเดียวครับ</p>
<h3>Formula 1 &#8211; 2006</h3>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/1mtDNtIz_A8&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/1mtDNtIz_A8&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>และด้วยความสำเร็จในปี 2006 ของทีม ทำให้ผมถูกเรียกตัวไปแต่งเพลงอีกครั้งหนึ่งในปี 2007 สำหรับงานชิ้นที่ 2 ด้วยความคาดหวังที่สูงขึ้น โดยโจทย์ในรอบนี้คือ &#8220;X-Army!&#8221; (ซึ่งแม้กระทั่งป่านนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่ามันคือกองทัพอะไร) ซึ่งก็แน่นอนว่ายังใช้เวลาและความตั้งใจอย่างเต็มที่เหมือนเคย โดยรอบนี้พยายามจะทำให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม</p>
<h3>X-Army &#8211; 2007</h3>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/DnNOywVTNkw&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/DnNOywVTNkw&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
สุดท้ายแล้ว น้องๆ ก็เก่งกันมากที่สามารถคว้าแชมป์ในปีนั้นมาครองได้ พร้อมกับความโล่งใจของผู้แต่งเพลงที่แอบนั่งมองน้องๆ ประกวดอย่างเงียบๆ อยู่บนอัฒจรรย์ครับ <img src='http://mehtamorphosis.tv/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/marching-band-show-piece/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทสัมภาษณ์เกี่ยวกับดนตรีในนิตยสาร Bridge</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/05/bridge-magazine-interview/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=bridge-magazine-interview</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/05/bridge-magazine-interview/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 May 2010 15:31:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Influence]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=192</guid>
		<description><![CDATA[นั่งจัดระเบียบไฟล์เก่าๆ ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ ก็ไปพบไฟล์ๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นต้นฉบับของบทสัมภาษณ์ ที่ผมเคยเขียนให้กับนิตยสาร Bridge เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ในหัวข้อเกี่ยวกับอิทธิพลของดนตรี อ่านดูแล้วก็เข้าท่าดีเหมือนกัน ก็เลยอยากเอามาแชร์ไว้ที่นี่เป็นข้อมูลให้กับคนอื่นๆ ได้อ่านกันต่อไปครับ ======================================== Q: ดนตรีมีอิทธิพลอย่างไรกับคนเรา? A: เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น จะขอแยกคำที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ออกเป็นสองคำ คำแรก “ดนตรี” (music) ในการตอบคำถามของผมตรงนี้จะเจาะจงไปที่เสียงของดนตรีที่ไม่มีเนื้อร้องใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนอีกคำนึงคือคำว่า “เพลง” (song) ผมจะหมายถึงดนตรีที่มีเนื้อร้องควบคู่ไปด้วย เสียงที่เราได้ยินส่วนใหญ่เป็นเสียงที่เราเลือกที่จะฟัง หูของเราทำงาน 24 ชั่วโมงไม่เคยหยุดพัก แต่เคยสังเกตมั้ยว่าเราเลือกที่จะฟังอะไรบ้างในแต่ละวัน? และยิ่งไปกว่านั้นเราจำสิ่งที่เราฟังได้มากแค่ไหน? ส่วนใหญ่สิ่งที่เราจำได้จะเป็นสิ่งที่เราบอกตัวเองว่า “สิ่งที่ฉันได้ยินต่อไปนี้มีความสำคัญ จงตั้งใจฟังบันทึกสิ่งที่ไว้ในสมอง” เพราะฉะนั้นเราอาจจะพูดได้ว่า “สมอง” เป็นเหมือนกับตัวกรองสิ่งที่เราได้ยินในแต่ละวัน ปัญหาก็คือว่า สมองของเรามีความจำกัด เราสามารถจำได้แต่เพียงสิ่งที่เราเข้าใจ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าให้ผมไปนั่งฟังภาษารัสเซียสักสามวัน ผมก็ไม่มีทางจำอะไรได้เพราะสมองผมไม่สามารถเข้าใจภาษารัสเซีย แต่เสียงดนตรีไม่เป็นเช่นนั้น อย่างที่เรามักจะพูดกันว่า “ดนตรีเป็นภาษาสากล” เพราะว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้สมองในการซึมซับเสียงดนตรี แต่เสียงดนตรีต่างๆ นั้นสามารถวิ่งตรงเข้าไปสู่ส่วนที่เป็นอารมณ์, ความรู้สึก หรือจิตใต้สำนึกของคนเราได้โดยที่ไม่ต้องผ่านสมองเลยก็ได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นั่งจัดระเบียบไฟล์เก่าๆ ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ ก็ไปพบไฟล์ๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นต้นฉบับของบทสัมภาษณ์ ที่ผมเคยเขียนให้กับนิตยสาร Bridge เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ในหัวข้อเกี่ยวกับอิทธิพลของดนตรี อ่านดูแล้วก็เข้าท่าดีเหมือนกัน ก็เลยอยากเอามาแชร์ไว้ที่นี่เป็นข้อมูลให้กับคนอื่นๆ ได้อ่านกันต่อไปครับ<span id="more-192"></span></p>
<p>========================================</p>
<p><img class="alignleft" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="SOM" src="http://www.snr.ac.th/wita/music/sound-of-music-DVDcover.jpg" alt="" width="209" height="285" /><strong>Q: ดนตรีมีอิทธิพลอย่างไรกับคนเรา?</strong></p>
<p><strong>A: </strong>เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น จะขอแยกคำที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ออกเป็นสองคำ คำแรก “ดนตรี” (music) ในการตอบคำถามของผมตรงนี้จะเจาะจงไปที่เสียงของดนตรีที่ไม่มีเนื้อร้องใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนอีกคำนึงคือคำว่า “เพลง” (song) ผมจะหมายถึงดนตรีที่มีเนื้อร้องควบคู่ไปด้วย</p>
<p>เสียงที่เราได้ยินส่วนใหญ่เป็นเสียงที่เราเลือกที่จะฟัง หูของเราทำงาน 24 ชั่วโมงไม่เคยหยุดพัก แต่เคยสังเกตมั้ยว่าเราเลือกที่จะฟังอะไรบ้างในแต่ละวัน? และยิ่งไปกว่านั้นเราจำสิ่งที่เราฟังได้มากแค่ไหน?<br />
ส่วนใหญ่สิ่งที่เราจำได้จะเป็นสิ่งที่เราบอกตัวเองว่า “สิ่งที่ฉันได้ยินต่อไปนี้มีความสำคัญ จงตั้งใจฟังบันทึกสิ่งที่ไว้ในสมอง” เพราะฉะนั้นเราอาจจะพูดได้ว่า “สมอง” เป็นเหมือนกับตัวกรองสิ่งที่เราได้ยินในแต่ละวัน</p>
<p>ปัญหาก็คือว่า สมองของเรามีความจำกัด เราสามารถจำได้แต่เพียงสิ่งที่เราเข้าใจ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าให้ผมไปนั่งฟังภาษารัสเซียสักสามวัน ผมก็ไม่มีทางจำอะไรได้เพราะสมองผมไม่สามารถเข้าใจภาษารัสเซีย</p>
<p>แต่เสียงดนตรีไม่เป็นเช่นนั้น อย่างที่เรามักจะพูดกันว่า “ดนตรีเป็นภาษาสากล” เพราะว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้สมองในการซึมซับเสียงดนตรี แต่เสียงดนตรีต่างๆ นั้นสามารถวิ่งตรงเข้าไปสู่ส่วนที่เป็นอารมณ์, ความรู้สึก หรือจิตใต้สำนึกของคนเราได้โดยที่ไม่ต้องผ่านสมองเลยก็ได้ รอบๆ ตัวเราทุกวันเต็มไปด้วยเสียงดนตรีที่ถูกออกแบบมากเพื่อให้ส่งผลกับอารมณ์และพฤติกรรมของเราโดยที่เราแทบจะไม่รู้ตัว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมากๆ เช่นเวลาเราดูภาพยนตร์ มีกี่คนที่สนใจฟังเพลง soundtrack ที่อยู่ข้างในนั้น ความสนใจแทบทั้งหมดของคนดูนั้นอยู่กับแต่เนื้อเรื่อง บทสนทนา ภาพที่อยู่เบื้องหน้า แต่สิ่งที่ทำให้เรามีอารมณ์คล้อยตามมากที่สุดนั้นคือดนตรี! เสียงกลองทิมปานีที่ตีแผ่วๆ ช้าๆ ในฉากลึกลับทำให้เรารู้สึกว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น เสียงไวโอลินในฉากที่พระเอกนางเอกนั่งมองหน้ากันเฉยๆ แต่กลับทำให้เรามีความรู้สึกซาบซึ้งจนนำตาไหล นี่เป็นแค่ตัวอย่างเพียงเล็กน้อยมาก ถ้าเราสังเกตดีๆ จะเห็นว่ารอบตัวของเราเต็มไปด้วยเสียงดนตรีเหล่านี้</p>
<p>ส่วน “เพลง” นั้นก็มีอิทธิพลมากเช่นกัน เพราะว่าเป็นการผสมผสานอย่างคล้องจองของเนื้อความ หรือเนื้อร้อง ซึ่งเราต้องเข้าใจด้วยสมอง เข้าไปอย่างกลมกลืนกับ “ดนตรี” ที่มีผลกับอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ ทำให้สิ่งที่เราได้ยินนั้น เข้าไปสู่ท้งสมองและอารมณ์ในเวลาเดียวกัน ดนตรีสามารถทำให้ข้อความเนื้อร้องนั้นมีความน่าสนใจและติดหูได้มากขึ้น ทำให้คนที่ฟังเพลงรู้สึกคล้อยตามไปกับเนื้อหาของเพลงได้อย่างง่ายดาย และยิ่งถ้าผู้ฟังรู้สึกเห็นด้วยหรือมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่บทเพลงๆ นั้นสื่อออกมาอยู่แล้ว เพลงก็จะยิ่งมีอิทธิพลกับผู้ฟังมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>Q: ดนตรีแต่ละประเภท มีผลกับชีวิตมากน้อยแค่ไหน เช่นเพลงโมสาร์ท ทำให้เป็นอัจฉริยะ หรือเพลง dead music ฟังแล้วอยากฆ่าตัวตาย?</strong></p>
<p><strong> A: </strong>มีการวิจัยออกมากันมากมายอยู่แล้วในเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวผมมองว่ามันมีผลแน่นอนแต่อาจจะเป็นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เช่นฟังเพลง (ดนตรี) บางเพลงแล้วทำให้เป็นอัจฉริยะ ส่วนตัวผมคิดว่ามันคงจะไม่ใช่สูตรสำเร็จง่ายดายขนาดนั้น ไม่งั้นเด็กทุกคนที่เกิดมาตอนนี้คงเป็นอัจฉริยะหมดเพราะว่าพ่อแม่เปิดเพลงให้ลูกฟัง หรือเราอยากให้ใครทำอะไรซักอย่างก็แต่งเพลงขึ้นมาเพื่อสะกดจิตกันไปเลย</p>
<p>แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนคือสิ่งที่ผมได้ตอบไปในคำถามที่แล้ว “ดนตรีสามารถทำให้เราเกิดความรู้สึก ดนตรีส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมของผู้ฟัง” ดนตรีบางประเภทอาจทำให้ผู้ฟังมีสมาธิ และส่งผลให้การเชื่อมโยงของสมองเป็นระเบียบหรือฉลาดขึ้นได้ ขณะเดียวกันดนตรีหรือเพลงบางประเภทอาจจะทำให้คุณมีความรู้สึกยินดีหรือเศร้าหดหู่ก็ได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเพลงที่มีเนื้อร้องในลักษณะชี้นำให้คนคิดหรือทำอะไรสักอย่างที่ชัดเจนก็อาจจะมีพลังมากขึ้นถ้าคนที่ฟังเห็นด้วยกับเนื้อความในนั้น</p>
<p>ส่วนเรื่องที่ว่าจะมีผลมากน้อยแค่ไหนนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าผู้ฟังเป็นปัจจัยที่สำคัญกว่า ถ้าเราจะเอาดนตรีของโมสาร์ทไปเปิดให้กับคนที่ไม่ชอบเพลงคลาสสิคฟัง แทนที่จะทำให้ฉลาดขึ้น อาจจะกลายเป็นการสร้างความเครียดให้กับผู้ฟังไปแทนก็ได้ หรือเพลง dead music ถ้าให้ผมฟังผมก็คงจะไม่มีวันไปฆ่าตัวตาย เพราะผมไม่เคยเห็นด้วยกับเนื้อหาของเพลงแบบนั้น</p>
<p>สรุปแล้วผมคิดว่าดนตรีมีอิทธิพลต่อผู้ฟังในทางใดทางหนึ่งแน่นอนแต่ก็เป็นเพียงแค่ปัจจัยหนึ่งเท่านั้น คงไม่ใช่ทั้งหมด ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ดนตรีมีผลกับชีวิตมากน้อยนั้นยังมีอีกมากมายเช่น พื้นฐานหรือสภาวะทางอารมณ์, เพื่อน, ครอบครัว, ประสบการณ์ในชีวิต, หลักเกณฑ์ในการดำเนินชีวิต ฯลฯ</p>
<p><strong>Q: ฉะนั้นเราจำเป็นต้องเลือกฟังดนตรีไหม แบบไหน?</strong></p>
<p><strong>A:</strong> ผมเป็นคนที่ฟังดนตรีได้ทุกแนว แต่ผมเลือกที่จะชอบและหลงไหลในดนตรีแค่บางแนวเท่านั้น ดนตรีก็เหมือนกับเพื่อน คุณมีเพื่อนหลายคนในชีวิตของคุณ แต่คุณอาจจะมีเพื่อนสนิทอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น เพื่อนคุณบางคนอาจจะมีบางอย่างที่ไม่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องปฎิเสธหรือเลิกคบกับเค้า เพราะว่าคุณก็ยังต้องเจอกับเพื่อนหรือคนที่คุณไม่ชอบอยู่ในบางเวลา และทุกคนก็ล้วนยังมีส่วนที่ดีที่แตกต่างกัน</p>
<p>เช่นเดียวกันกับดนตรี สื่อปัจจุบันนี้มีมากมายหลายรูปแบบเหลือเกิน จนเราแทบจะไม่สามารถหลึกหนีไปจากดนตรีหลากหลายประเภททั้งที่ดีและไม่ดีที่เข้าคิวกันมาให้เราฟังแต่ละวัน การที่เราจะเลือกฟังดนตรีเฉพาะแนวในแนวหนึ่งอาจจะเป็นการปิดตัวเองเกินไป รวมถึงอาจจะทำให้เราต้องพลาดสิ่งดีๆ ที่ซ่อนอยู่บางอย่างไปโดยที่เราไม่รู้ตัวได้</p>
<p>ผมอยากจะพูดกับผู้อ่านทุกคนด้วยซ้ำว่า “ขอให้คุณเปิดใจให้กว้างๆ กับดนตรีทุกๆ รูปแบบ แต่ขอให้คุณเลือกดีๆ กับดนตรีที่จะมาเป็นเพื่อนสนิทในชีวิตของคุณ ใช้เวลาทำความรู้จักกับเค้า ทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ต้องระวัง อย่าเลือกหลงไหลดนตรีอะไรเพียงเพราะว่าเป็นแฟชั่นหรือว่าทำตามคนอื่นๆ”</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/05/bridge-magazine-interview/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พ่อ&#8230;</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2009/10/in-memory-of-dad/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=in-memory-of-dad</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2009/10/in-memory-of-dad/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Oct 2009 19:22:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Personal]]></category>
		<category><![CDATA[Dad]]></category>
		<category><![CDATA[Father]]></category>
		<category><![CDATA[Memory]]></category>
		<category><![CDATA[Narong]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=196</guid>
		<description><![CDATA[“Kiss me” จูบป๊าหน่อย เป็นหนึ่งในคำพูดไม่กี่คำสุดท้ายที่ได้ยินป๊ากระซิบกับผมซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กก่อนที่จะออกจากบ้านไปทำงานเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว&#8230; ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ภาพของป๊าคือชายเข้มแข็งสไตล์คนจีน พูดจาเสียงดัง ชอบเอาชนะ ชอบติ ชอบเถียง น้อยครั้งมากที่ป๊าจะเอ่ยปากชมอะไรลูก ยิ่งเรื่องของการแสดงความรักด้วยการสัมผัสการกอดนั้นยิ่งเป็นของหายาก&#8230; แต่ในอีกด้านหนึ่ง ป๊าเป็นคนที่มีความอ่อนโยนไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะเวลาที่ป๊าเล่นกับน้องแทธหลานชายคนโปรด แม้ในตอนที่ป๊ามีอาการกระตุก ป๊าก็ยังพยายามจะจับหนังสือนิทานเพื่อเล่าและร้องเพลงโปรดให้หลานฟังทั้งๆที่ตัวเองแทบจะไม่มีแรงพูด ผมก้มตัวลงไปจูบที่หน้าผากป๊าเบาๆ ตามที่ป๊าขอ ป๊าส่งสายตามาและยิ้มให้ด้วยมุมปาก เป็นยิ้มที่ผมจะไม่มีวันลืมไปจากชีวิต ยิ้มที่อบอุ่น ยิ้มที่แสดงถึงความภูมิใจในตัวลูกชายของป๊า ยิ้มที่เหมือนกับจะบอกว่า “ป๊าฝากอาม่ากับหม่าม้าไว้ให้ลูกดูแลนะ ป๊ารู้ว่าลูกรับผิดชอบได้” เวลาผ่านไปไม่กี่วัน เช้าวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม ป๊าเริ่มนอนนิ่ง ไม่ตอบสนอง ไม่กินข้าว ไม่กินน้ำ ไม่กินยา ไม่พูดกับใคร ทุกคนเริ่มเป็นห่วง แต่ก็ยังแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าป๊าคงจะแค่อยากพักผ่อนเท่านั้น เดี๋ยวก็คงกลับมาคุยเล่นได้อีก ในใจผมอยากได้ยินเสียงของป๊าอีก เสียงที่เป็นเหมือนกับเอกลักษณ์ของบ้านหลังนี้ เสียงที่ถึงแม้บางครั้งจะบ่น จะพูดเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาจนไม่อยากฟัง วันนี้กลับกลายเป็นเสียงที่ผมอยากได้ยินอีกซักครั้ง&#8230; คืนนี้ผมเดินลงไปข้างล่าง มองดูที่เตียงที่ป๊าเคยนอน อุปกรณ์ของใช้ต่างๆ ของป๊ายังอยู่ที่เดิม เสื้อลำลองยังอยู่ที่ไม้แขวน แผ่นซีดีเพลงโปรดของป๊ายังคงคาอยู่ในเครื่องเล่น โทรศัพท์ถูกเสียบชาร์จทิ้งเอาไว้ เครื่องปาล์มที่ป๊าเล่น scrabble ทุกวัน เปิดขึ้นมายังมีเกมส์ที่เล่นค้างไว้ไม่จบ&#8230; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/06/IMG_0004.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-197" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="narong" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/06/IMG_0004-235x300.jpg" alt="" width="235" height="300" /></a>“Kiss me” </strong>จูบป๊าหน่อย เป็นหนึ่งในคำพูดไม่กี่คำสุดท้ายที่ได้ยินป๊ากระซิบกับผมซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กก่อนที่จะออกจากบ้านไปทำงานเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว&#8230; ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ภาพของป๊าคือชายเข้มแข็งสไตล์คนจีน พูดจาเสียงดัง ชอบเอาชนะ ชอบติ ชอบเถียง น้อยครั้งมากที่ป๊าจะเอ่ยปากชมอะไรลูก ยิ่งเรื่องของการแสดงความรักด้วยการสัมผัสการกอดนั้นยิ่งเป็นของหายาก&#8230; แต่ในอีกด้านหนึ่ง ป๊าเป็นคนที่มีความอ่อนโยนไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะเวลาที่ป๊าเล่นกับน้องแทธหลานชายคนโปรด แม้ในตอนที่ป๊ามีอาการกระตุก ป๊าก็ยังพยายามจะจับหนังสือนิทานเพื่อเล่าและร้องเพลงโปรดให้หลานฟังทั้งๆที่ตัวเองแทบจะไม่มีแรงพูด</p>
<p>ผมก้มตัวลงไปจูบที่หน้าผากป๊าเบาๆ ตามที่ป๊าขอ ป๊าส่งสายตามาและยิ้มให้ด้วยมุมปาก เป็นยิ้มที่ผมจะไม่มีวันลืมไปจากชีวิต ยิ้มที่อบอุ่น ยิ้มที่แสดงถึงความภูมิใจในตัวลูกชายของป๊า ยิ้มที่เหมือนกับจะบอกว่า “ป๊าฝากอาม่ากับหม่าม้าไว้ให้ลูกดูแลนะ ป๊ารู้ว่าลูกรับผิดชอบได้”</p>
<p><span id="more-196"></span><br />
เวลาผ่านไปไม่กี่วัน เช้าวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม ป๊าเริ่มนอนนิ่ง ไม่ตอบสนอง ไม่กินข้าว ไม่กินน้ำ ไม่กินยา ไม่พูดกับใคร ทุกคนเริ่มเป็นห่วง แต่ก็ยังแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าป๊าคงจะแค่อยากพักผ่อนเท่านั้น เดี๋ยวก็คงกลับมาคุยเล่นได้อีก ในใจผมอยากได้ยินเสียงของป๊าอีก เสียงที่เป็นเหมือนกับเอกลักษณ์ของบ้านหลังนี้ เสียงที่ถึงแม้บางครั้งจะบ่น จะพูดเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาจนไม่อยากฟัง วันนี้กลับกลายเป็นเสียงที่ผมอยากได้ยินอีกซักครั้ง&#8230;</p>
<p>คืนนี้ผมเดินลงไปข้างล่าง มองดูที่เตียงที่ป๊าเคยนอน อุปกรณ์ของใช้ต่างๆ ของป๊ายังอยู่ที่เดิม เสื้อลำลองยังอยู่ที่ไม้แขวน แผ่นซีดีเพลงโปรดของป๊ายังคงคาอยู่ในเครื่องเล่น โทรศัพท์ถูกเสียบชาร์จทิ้งเอาไว้ เครื่องปาล์มที่ป๊าเล่น scrabble ทุกวัน เปิดขึ้นมายังมีเกมส์ที่เล่นค้างไว้ไม่จบ&#8230; ทุกอย่างยังดูเหมือนปกติ ขาดแต่เพียงร่างของป๊าในตำแหน่งที่คุ้นเคย</p>
<p>ตอนนี้ป๊าคงกำลังมองดูพวกเราลงมาจากสวรรค์ อาจจะกำลังชี้ให้อากงดูน้องแทธ, น้องนีโอ ป๊าอาจจะกำลังกินอาหารอร่อยๆ อย่างเต็มที่แบบที่ไม่ต้องกลัวอ้วนอีกต่อไปในร่างกายใหม่ที่จะไม่มีวันเจ็บป่วย ป๊าคงกำลังมีความสุขมากๆ อยู่ข้างบนนั้น!</p>
<p>ผมไม่เสียใจที่ป๊าจากไปเพราะรู้ว่าป๊าไปในที่ๆดีที่สุด ดีกว่าที่จะนอนอยู่เฉยๆ บนเตียงที่นี่ตั้งหลายเท่า แต่ป๊าครับ พวกเราคิดถึงป๊านะ จนกว่าเราจะเจอกันอีก&#8230; รักป๊าครับ</p>
<p><strong>(คำไว้อาลัยที่ผมเขียนให้กับคุณพ่อณรงค์ เกรียงปริญญากิจ เดือนตุลาคม 2009)</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2009/10/in-memory-of-dad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>10 วิธีสู่การเป็นศิลปินไส้แห้ง</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2009/10/10-ways-to-be-starving-artist/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=10-ways-to-be-starving-artist</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2009/10/10-ways-to-be-starving-artist/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2009 17:52:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Arts/Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Arts]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=184</guid>
		<description><![CDATA[ไปอ่านเจอบทความนึงมาจากที่นี่ พูดเรื่องของธุรกิจและศิลปินได้โดนมาก ที่บอกว่าโดนก็เพราะว่าผมเองเคยเป็นแบบนั้นน่ะสิ แต่ตอนนี้กลับเนื้อกลับตัวแล้ว แต่อยากจะเอามาแปะเอาไว้ที่นี่ เพื่อคอยเตือนตัวเองซะหน่อย 10 วิธีสู่การเป็นศิลปินไส้แห้ง โดย Martha Zlatar ที่ปรึกษาด้านธุรกิจศิลปะของศูนย์พัฒนาธุรกิจขนาดเล็กแห่ง San Francisco 1. อย่าตั้งเป้าหมาย 2. อย่าพูด อย่าคิด เรื่องเงิน 3. เก็บผลงานดีๆไว้กับตัว อย่าให้ใครเห็น อย่าไปเล่าให้ใครฟังด้วย 4. อย่าบอกใครเชียวนะว่าคุณคือศิลปิน 5. ใช้เวลาอยู่ในสตูดิโอให้มากที่สุด ไม่ต้องไปสนใจการตลาด ทำงานเสร็จแล้วก็วางซ้อนกันไปเรื่อย 6. ถ้าใครมาตื๊อขอซื้องานของคุณ ให้บอกไปว่าไม่ขาย งานชิ้นนี้มันประเมินราคาไม่ได้หรอก! 7. เป็นศิลปินเดี่ยว อย่าหาคนช่วย 8. อยู่ไกลๆศิลปินคนอื่นๆที่หาเงินเก่ง 9. คาดหวังความสำเร็จแบบสำเร็จรูป 10. รอจนกว่าจะมีคนมาเจอคุณ ใครอ่านแล้วรู้สึกโดนเหมือนผมบ้าง?]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไปอ่านเจอบทความนึงมาจาก<a href="http://www.baanmoo.com/2009/06/16/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%ADvan-gogh-pi/" target="_blank">ที่นี่</a> พูดเรื่องของธุรกิจและศิลปินได้โดนมาก ที่บอกว่าโดนก็เพราะว่าผมเองเคยเป็นแบบนั้นน่ะสิ แต่ตอนนี้กลับเนื้อกลับตัวแล้ว แต่อยากจะเอามาแปะเอาไว้ที่นี่ เพื่อคอยเตือนตัวเองซะหน่อย</p>
<p><strong>10 วิธีสู่การเป็นศิลปินไส้แห้ง</strong></p>
<p><em>โดย Martha Zlatar ที่ปรึกษาด้านธุรกิจศิลปะของศูนย์พัฒนาธุรกิจขนาดเล็กแห่ง San Francisco</em><br />
<img title="10 rules_starving artist" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2009/10/10-rules_starving-artist.jpg" alt="10 rules_starving artist" width="328" height="354" /><br />
<span id="more-184"></span></p>
<p>1. อย่าตั้งเป้าหมาย</p>
<p>2. อย่าพูด อย่าคิด เรื่องเงิน</p>
<p>3. เก็บผลงานดีๆไว้กับตัว อย่าให้ใครเห็น อย่าไปเล่าให้ใครฟังด้วย</p>
<p>4. อย่าบอกใครเชียวนะว่าคุณคือศิลปิน</p>
<p>5. ใช้เวลาอยู่ในสตูดิโอให้มากที่สุด ไม่ต้องไปสนใจการตลาด ทำงานเสร็จแล้วก็วางซ้อนกันไปเรื่อย</p>
<p>6. ถ้าใครมาตื๊อขอซื้องานของคุณ ให้บอกไปว่าไม่ขาย งานชิ้นนี้มันประเมินราคาไม่ได้หรอก!</p>
<p>7. เป็นศิลปินเดี่ยว อย่าหาคนช่วย</p>
<p>8. อยู่ไกลๆศิลปินคนอื่นๆที่หาเงินเก่ง</p>
<p>9. คาดหวังความสำเร็จแบบสำเร็จรูป</p>
<p>10. รอจนกว่าจะมีคนมาเจอคุณ</p>
<p>ใครอ่านแล้วรู้สึกโดนเหมือนผมบ้าง?</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2009/10/10-ways-to-be-starving-artist/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

