<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>mehtamorphosis.tv</title>
	<atom:link href="http://mehtamorphosis.tv/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://mehtamorphosis.tv</link>
	<description>life-music-everything...</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jul 2010 12:31:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>&#8220;สวัสดีไชโย&#8221; งานสำหรับ orchestra ชิ้นแรก</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/07/sawasdee-chaiyo/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=sawasdee-chaiyo</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/07/sawasdee-chaiyo/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Jul 2010 17:16:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Orchestration]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=226</guid>
		<description><![CDATA[นักเรียนดนตรีที่เรียนด้าน composition สายคลาสสิคทุกคนจะต้องเจอวิชาบังคับวิชาหนึ่งที่ชื่อว่า &#8220;Orchestration&#8221; ซึ่งถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวง orchestra นั่นเอง วิชานี้เป็นวิชาที่จำเป็นมาก แต่ต้องอาศัยจินตนาการสูงส่ง เพราะว่าทุกอย่างที่เราเขียนและฝึกไปในห้องเรียนตามทฤษฎีนั้น เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสุดท้ายแล้วมันจะฟังออกมาเป็นยังไง จนกว่าจะได้มีโอกาสเอาไปยื่นให้วง orchestra จริงๆ ขนาดซัก 50  คนเล่นให้เราฟังเท่านั้น ซึ่งสำหรับสมัย 13 ปีที่แล้วนับว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นความฝันสำหรับนักเรียนดนตรีบ้านเราก็ว่าได้ (จริงๆ สมัยนี้ก็ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่ แต่ว่ามี software เยอะแยะที่สามารถจะสร้างเสียงเลียนแบบวง orchestra ได้เหมือนมากๆ จนสามารถใช้เป็นเครื่องมือการเรียนได้เลย) ผมเองก็ผ่านวิชานี้มาอย่างงงๆ พอสมควร ตัวอาจารย์เองก็ดูจะไม่ค่อยได้จริงจังกับการสอนวิชานี้มาก แถมตอนวันเปิดคอร์สยังพูดแกมประชดอีกด้วยว่า &#8220;วิชานี้น่ะ เรียนไปก็คงมีไม่กี่คนที่จะได้เอาไปใช้&#8221; หารู้ไม่ว่าวันหนึ่งเมื่อผมมีโอกาสได้ใช้วิชานี้ครั้งแรกในชีวิตจริง มันจะเป็นงานระดับโลกอย่างนี้!!! วันหนึ่งในปี 1998 พี่แจ็ค (อภิสิทธิ์ วงโชติ) ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นพี่อัจฉริยะแห่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ และปัจจุบันเป็นผู้คร่ำหวอดอยู่เบื้องหลังงานเพลงดีๆ มากมาย ได้โทรมาหาผมพร้อมกับส่งต่องานชิ้นหนึ่งให้ ซึ่งก็คืองานเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลงๆ หนึ่งสำหรับการแสดงในพิธิเปิดกีฬา Asian Games นั่นเอง เนื่องจากพี่แจ็คเองเป็นผู้ที่รับงานนี้เอาไว้ก่อน แต่ขณะนั้นมีเหตุจะต้องเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกา ผมไม่แน่ใจว่าพี่แจ็คคิดอะไรไว้ถึงเลือกผมทั้งๆ ที่มีเพื่อนและรุ่นพี่ที่เก่งๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="chaiyo" src="http://cimg21.163.com/sports/2008/4/27/200804271737091fed9.gif" alt="" width="126" height="168" />นักเรียนดนตรีที่เรียนด้าน composition สายคลาสสิคทุกคนจะต้องเจอวิชาบังคับวิชาหนึ่งที่ชื่อว่า &#8220;Orchestration&#8221; ซึ่งถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวง orchestra นั่นเอง วิชานี้เป็นวิชาที่จำเป็นมาก แต่ต้องอาศัยจินตนาการสูงส่ง เพราะว่าทุกอย่างที่เราเขียนและฝึกไปในห้องเรียนตามทฤษฎีนั้น เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสุดท้ายแล้วมันจะฟังออกมาเป็นยังไง จนกว่าจะได้มีโอกาสเอาไปยื่นให้วง orchestra จริงๆ ขนาดซัก 50  คนเล่นให้เราฟังเท่านั้น ซึ่งสำหรับสมัย 13 ปีที่แล้วนับว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นความฝันสำหรับนักเรียนดนตรีบ้านเราก็ว่าได้ (จริงๆ สมัยนี้ก็ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่ แต่ว่ามี software เยอะแยะที่สามารถจะสร้างเสียงเลียนแบบวง orchestra ได้เหมือนมากๆ จนสามารถใช้เป็นเครื่องมือการเรียนได้เลย)</p>
<p>ผมเองก็ผ่านวิชานี้มาอย่างงงๆ พอสมควร ตัวอาจารย์เองก็ดูจะไม่ค่อยได้จริงจังกับการสอนวิชานี้มาก แถมตอนวันเปิดคอร์สยังพูดแกมประชดอีกด้วยว่า <em>&#8220;วิชานี้น่ะ เรียนไปก็คงมีไม่กี่คนที่จะได้เอาไปใช้&#8221;</em></p>
<p><strong>หารู้ไม่ว่าวันหนึ่งเมื่อผมมีโอกาสได้ใช้วิชานี้ครั้งแรกในชีวิตจริง มันจะเป็นงานระดับโลกอย่างนี้!!!<span id="more-226"></span></strong></p>
<p>วันหนึ่งในปี 1998 พี่แจ็ค (อภิสิทธิ์ วงโชติ) ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นพี่อัจฉริยะแห่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ และปัจจุบันเป็นผู้คร่ำหวอดอยู่เบื้องหลังงานเพลงดีๆ มากมาย ได้โทรมาหาผมพร้อมกับส่งต่องานชิ้นหนึ่งให้ ซึ่งก็คืองานเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลงๆ หนึ่งสำหรับการแสดงในพิธิเปิดกีฬา Asian Games นั่นเอง เนื่องจากพี่แจ็คเองเป็นผู้ที่รับงานนี้เอาไว้ก่อน แต่ขณะนั้นมีเหตุจะต้องเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกา ผมไม่แน่ใจว่าพี่แจ็คคิดอะไรไว้ถึงเลือกผมทั้งๆ ที่มีเพื่อนและรุ่นพี่ที่เก่งๆ คนอื่นๆ อีกมากมาย แต่ด้วยความร้อนวิชาและอยากลองของของเด็กปี 4 ทำให้รับปากว่าจะลองทำดู ทั้งๆ ที่มีโปรเจ็คท์ใหญ่ ซึ่งเป็นเพลงของตัวเองที่จะต้องทำเพื่อเรียนให้จบค้างคาอยู่ (อันที่จริงยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ)</p>
<p>งานนี้ทำให้ผมได้ร่วมงานกับศิลปินดังๆ มากมายหลายคน ผมต้องทำดนตรีคู่กับพี่ จิรพรรณ อังศวานนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักดนตรีแถวหน้าของประเทศไทย โดยพี่จิ ได้แต่งและเรียบเรียงดนตรีเพลง &#8220;สว้สดีไชโย&#8221; นี้ไว้แล้วอย่าง&#8221;คร่าวๆ&#8221; เป็น MIDI บนคอมพิวเตอร์ หน้าที่ของผมคือการแต่งเติมสีสันและรายละเอียดของเพลงนี้ให้ยิ่งใหญ่อลังการพร้อมกับพิมพ์โน้ตสำหรับวง orchestra ขนาดใหญ่และคณะนักร้องประสานเสียงหลายร้อยชีวิต ซึ่งหลังจากเสร็จแล้วก็ต้องส่งต่อให้กับอ.ดนู ฮันตระกูล ซึ่งจะเป็น conductor หลักของงาน Asian Games นี้ตรวจสอบและซักซ้อมกันอีกทีก่อนที่จะมีการซ้อมจริงกับวง Bangkok Symphony Orchestra และบันทึกเสียงเพื่อใช้ในการซ้อมและการแสดง</p>
<p>แน่นอนว่างานนี้ทำให้ผมเครียดอยู่เป็นเวลาระยะหนึ่ง โดยเฉพาะการทำงานใหญ่ขนาดนี้บนคอมพิวเตอร์ PC รุ่น 386 ซึ่งนับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในยุคนั้น จำได้ว่าเวลาสั่ง print โน้ตชุดหนึ่ง กว่าจะเริ่ม print แผ่นแรกนั้น ผมสามารถไปเข้าห้องน้ำและกินข้าวได้ 1 จานสบายๆ</p>
<p>และความรู้สึกที่ลุ้นที่สุดก็คือ วันที่จะได้ยินเพลงนี้บรรเลงออกมาด้วยวง orchestra ขนาดใหญ่ของจริงในการซ้อมครั้งแรกนั่นเอง ซึ่งผลที่ออกมาก็ดีกว่าที่คิดไว้ แต่ก็มีจุดที่ตัวเองยังไม่พอใจหลายอย่าง ยังดีที่มีอ.ดนู เข้ามาช่วยชี้แนะ จนทำให้การแก้งานในรอบต่อมาฟังออกมาดูดีขึ้นเรื่อยๆ และออกมาเป็นงานที่น่าพอใจและภูมิใจเป็นอย่างมากอีกชิ้นหนึ่ง</p>
<p>ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน ถึงเพลงนี้จะไม่ใช่เป็นเพลงที่ผมแต่งเอง หรืออาจจะไม่ใช่เพลงที่ดีที่สุด แต่ภาพและเสียงในชั่วขณะที่ได้เห็นนักดนตรีและนักร้องรวมๆ กันหลายร้อยชีวิต บรรเลงตัวโน้ตต่างๆ ที่สอดประสานออกมาจากความคิดของเรา และกลายเป็นเสียงที่ไพเราะยิ่งใหญ่อลังการ ในวันที่บันทึกเสียงเพลงนี้ตอน take สุดท้ายที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยนั้น คงเป็นทั้งภาพและเสียงและความรู้สึกที่ผมคงจะเก็บไว้ในความทรงจำตลอดไปเป็นแน่&#8230;  นี่สินะคือสเน่ห์ที่ทำให้มีคนบางคนถึงรักการเขียนเพลงให้กับวง Orchestra อย่างไม่รู้จักเบื่อ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/88PA2Haq10E&amp;hl=en_US&amp;fs=1?color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/88PA2Haq10E&amp;hl=en_US&amp;fs=1?color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/07/sawasdee-chaiyo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิทยากรสอน facebook?!</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/facebook-training/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=facebook-training</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/facebook-training/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jun 2010 18:09:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Internet]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Training]]></category>
		<category><![CDATA[Workshop]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=209</guid>
		<description><![CDATA[ใครจะไปรู้ว่าเว็บไซท์ที่ทำขึ้นมาเล่นๆ จะกลายเป็นเวทีใหญ่ได้ในวันหนึ่ง&#8230; ผมเริ่มเล่น facebook เมื่อตอนปลายปี 2007 เพราะว่ามีเพื่อนฝรั่งชวนให้ลองเล่นดู ยุคนั้นคนไทยแทบไม่มีใครรู้จัก facebook แถมกระแส hi5 กำลังมาแรงถึงขีดสุด เรียกได้ว่าลงข่าว ออกทีวี กันแทบไม่เว้นวัน ถึงแม้เหตุผลที่ได้ออกสื่อต่างๆ นั้นจะไม่ค่อยดีนักก็เถอะ แต่มีอะไรยางอย่างทำให้ผมรู้สึว่า วันหนึ่ง facebook จะต้องมาแรงแน่ๆ และจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ผมจึงลองชวนเพื่อนคนไทยมาลองเล่น facebook กันบ้าง แต่สมัยนั้นเมนูภาษาไทยก็ยังไม่มี แถมวิธิีการใช้งานก็ออกจะงงๆ จะชวนใครมาเล่นก็บอกว่ายากมั่ง ไม่เก่งภาษามั่ง ไม่มีเพื่อนมั่ง ก็เลยคิดว่าจะสร้างเว็บขึ้นมาซักเว็บนึง เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้ facebook แล้วเผื่อว่าจะเป็นที่ๆ คนจะได้มารู้จักกัน มาหาเพื่อนใหม่ๆ กันด้วย คิดไปคิดมาก็เลยปิ๊งชื่อที่ว่า facebookgoo.com อาจจะเป็นเพราะว่าชื่อนี้ฟังดูมีความเป็นไทยดี แถมยังทีเล่นทีจริงไม่ดูหนักหนาแก่วิชาการเกินไป แล้วเวลาไปบอกใครก็แปลกดีที่จะพูดว่า &#8220;อยากเล่น facebook เป็นเหรอ ไปดูที่ facebookgoo สิ&#8221; ผมทำเว็บนี้ในช่วงแรกแบบตามใจตัวเองพอสมควร นึกจะอัพเดทก็อัพกันเป็นชุด นึกขี้เกียจขึ้นมาก็ไม่อัพเดทอะไรเลยไปสองสามเดือน แต่ก็ยังมีคนเข้ามาดู เข้ามาอ่านกันอยุ่เรื่อยๆ แบบชิวๆ จนกระทั่งมี(อดีต)นักการเมืองท่านหนึ่งได้เริ่มต้นใช้สื่อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><img class="alignleft" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="fb" src="http://www.millikin.edu/media/millikinminute/PublishingImages/icon_facebook.png" alt="" width="120" />ใครจะไปรู้ว่าเว็บไซท์ที่ทำขึ้นมาเล่นๆ จะกลายเป็นเวทีใหญ่ได้ในวันหนึ่ง&#8230;</strong></p>
<p>ผมเริ่มเล่น facebook เมื่อตอนปลายปี 2007 เพราะว่ามีเพื่อนฝรั่งชวนให้ลองเล่นดู ยุคนั้นคนไทยแทบไม่มีใครรู้จัก facebook แถมกระแส hi5 กำลังมาแรงถึงขีดสุด เรียกได้ว่าลงข่าว ออกทีวี กันแทบไม่เว้นวัน ถึงแม้เหตุผลที่ได้ออกสื่อต่างๆ นั้นจะไม่ค่อยดีนักก็เถอะ</p>
<p>แต่มีอะไรยางอย่างทำให้ผมรู้สึว่า วันหนึ่ง facebook จะต้องมาแรงแน่ๆ และจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ผมจึงลองชวนเพื่อนคนไทยมาลองเล่น facebook กันบ้าง แต่สมัยนั้นเมนูภาษาไทยก็ยังไม่มี แถมวิธิีการใช้งานก็ออกจะงงๆ จะชวนใครมาเล่นก็บอกว่ายากมั่ง ไม่เก่งภาษามั่ง ไม่มีเพื่อนมั่ง ก็เลยคิดว่าจะสร้างเว็บขึ้นมาซักเว็บนึง เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้ facebook แล้วเผื่อว่าจะเป็นที่ๆ คนจะได้มารู้จักกัน มาหาเพื่อนใหม่ๆ กันด้วย คิดไปคิดมาก็เลยปิ๊งชื่อที่ว่า facebookgoo.com อาจจะเป็นเพราะว่าชื่อนี้ฟังดูมีความเป็นไทยดี แถมยังทีเล่นทีจริงไม่ดูหนักหนาแก่วิชาการเกินไป แล้วเวลาไปบอกใครก็แปลกดีที่จะพูดว่า <em>&#8220;อยากเล่น facebook เป็นเหรอ ไปดูที่ facebookgoo สิ&#8221;<span id="more-209"></span></em></p>
<p>ผมทำเว็บนี้ในช่วงแรกแบบตามใจตัวเองพอสมควร นึกจะอัพเดทก็อัพกันเป็นชุด นึกขี้เกียจขึ้นมาก็ไม่อัพเดทอะไรเลยไปสองสามเดือน แต่ก็ยังมีคนเข้ามาดู เข้ามาอ่านกันอยุ่เรื่อยๆ แบบชิวๆ จนกระทั่งมี(อดีต)นักการเมืองท่านหนึ่งได้เริ่มต้นใช้สื่อ social media ทั้ง twitter และ facebook เป็นช่องทางในการสื่อสาร ทำให้คำว่า facebook เริ่มไปปรากฎอยู่ในสื่อบ้าง ขณะเดียวกันเหล่า celeb ทั้งหลายก็เริ่มค้นพบว่าการมี facebook นั้นมีช่วยเสริมบารมีได้ <img src='http://mehtamorphosis.tv/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' />  ทำให้มีการพูดถึง facebook กันมากขึ้นในสื่อต่างๆ แถมยังมีแรงเกื้อหนุนที่เด็กไทยก็เริ่มสนใจเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นมา หันมาเก็บผัก เลี้ยงวัว กันเป็นแถวใน farmville และเกมส์อื่นๆ ทำให้อยู่ๆ facebook ก็เริ่มมาอยู่ในความสนใจของคนไทยขึ้นมาอย่างทันทีทันใด!</p>
<p>ปี 2009 เป็นปีที่คนไทยหันมาใช้ facebook กันเยอะสุด เว็บ <a href="http://www.facebookgoo.com" target="_blank">facebookgoo</a> ของผมก็มีคนหลั่งไหลกันเข้ามาหาข้อมูลอย่างล้นหลาม สถิติผู้เข้าชมทะยานขึ้น 2 &#8211; 3 เท่าในเวลาแค่ไม่กี่เดือน และที่ตามมาคือคำถามมากมายที่โพสท์กันเข้ามา อีเมล์กันเข้ามา ปรึกษาการใช้งาน ราวกับว่าผมเป็นฝ่าย customer service ของบริษัท facebook เสียเอง ซึ่งผมก็พยายามจะตอบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อะไรที่ไม่รู้ก็ไปค้นคว้ามาช่วยตอบ จนกระทั่งหลังๆ มีคนอีเมล์มาขอให้ช่วยสอนเล่นแบบเป็นเรื่องเป็นราว ผมก็เลยมีไอเดียผุดขึ้นมาว่าไหนๆ ก็มีประสบการณ์และข้อมูลขนาดนี้แล้ว น่าจะลองเปิดคลาสดูซะเลย!</p>
<p>Workshop <a href="http://www.facebookgoo.com/2010/06/01/workshop-beginner/" target="_blank">&#8220;มือใหม่หัดใช้ facebook&#8221;</a> จึงได้เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม 2010 แล้วก็จัดอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา และแตกแขนงออกเป็นหัวข้ออื่นๆ เพื่อที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหลักสูตรล่าสุดที่เปิดอยู่ก็คือ <a href="http://www.facebookgoo.com/2010/06/09/workshop-facebook-page-management/" target="_blank">&#8220;การใช้ facebook สำหรับธุรกิจและองค์กร&#8221;<br />
</a>ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทีเดียว จนทุกวันนี้ไปเล่าให้ใครฟังก็แทบจะไม่มีใครเคยคิดว่าจะมีคนที่ทำงานเป็น <strong>&#8220;วิทยากรสอน facebook&#8221;</strong> อย่างผมอยู่ด้วย</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="400" height="267" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="flashvars" value="host=picasaweb.google.com&amp;hl=th&amp;feat=flashalbum&amp;RGB=0x000000&amp;feed=http%3A%2F%2Fpicasaweb.google.com%2Fdata%2Ffeed%2Fapi%2Fuser%2F117186724856401689307%2Falbumid%2F5484534026775913073%3Falt%3Drss%26kind%3Dphoto%26hl%3Dth" /><param name="src" value="http://picasaweb.google.com/s/c/bin/slideshow.swf" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="400" height="267" src="http://picasaweb.google.com/s/c/bin/slideshow.swf" flashvars="host=picasaweb.google.com&amp;hl=th&amp;feat=flashalbum&amp;RGB=0x000000&amp;feed=http%3A%2F%2Fpicasaweb.google.com%2Fdata%2Ffeed%2Fapi%2Fuser%2F117186724856401689307%2Falbumid%2F5484534026775913073%3Falt%3Drss%26kind%3Dphoto%26hl%3Dth"></embed></object></p>
<p><strong>ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ก็แค่จะบอกว่า อย่าดูถูกความฝันหรือการเริ่มต้นเล็กๆ น้อยๆ เชียว วันหนึ่งมันอาจจะเติบโตขึ้นและกลายเป็นอะไรที่คุณคาดไม่ถึงก็ได้ครับ&#8230;</strong></p>
<p>ดูข้อมูลเพิ่มเติมและรับข่าวสารอัพเดทจาก facebookgoo ได้ที่<br />
<a href="http://www.facebookgoo.com" target="_blank"> http://www.facebookgoo.com</a><br />
<a href="http://www.facebook.com/fbgoothailand" target="_blank"> http://www.facebook.com/fbgoothailand</a><br />
<a href="http://www.twitter.com/facebookgoo" target="_blank"> http://www.twitter.com/facebookgoo</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/facebook-training/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แต่งเพลงให้กับ Marching Band</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/marching-band-show-piece/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=marching-band-show-piece</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/marching-band-show-piece/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 16:48:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Composition]]></category>
		<category><![CDATA[Marching Band]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=206</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าลองไปคุยดูกับนักดนตรีอาชีพหลายๆ คนในบ้านเรา ทั้งคนในเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จะพบว่าประสบการณ์การเล่นดนตรีครั้งแรกในชีวิตของหลายๆ ท่านก็คือการเล่นอะไรซักอย่างนึงในวง Marching Band นี่แหละ ซึ่งสมัยโบราณบ้านเราจะเรียกว่า &#8220;วงดุริยางค์&#8221; รุ่นต่อมาก็เริ่มเรียกว่า &#8220;วงโยธวาทิต&#8221; จนมาเรื่อยๆ ปัจจุบัน ก็เริ่มจะเรียกตามฝรั่งกันไปว่า &#8220;Drum Corps&#8221; บ้าง &#8220;Brass Band&#8221; บ้าง แต่สุดท้ายแล้ว มันก็หมายความรวมๆ ถึงวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องเป่าและเครื่องตีเป็นหลัก ที่เหมาะสำหรับการบรรเลงกลางแจ้งนั่นเอง ส่วนจะเป็นการนั่งหรือยืนบรรเลงอยู่กับที่ หรือว่าจะมีการแปรขบวนไปด้วยก็แล้วแต่โอกาสต่างๆ กัน แต่ก็นับว่าเป็นการแสดงที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนดูได้เสมอมา สำหรับในเมืองไทยเรา วงดนตรีประเภทนี้ก็เริ่มที่จะมีชื่อเสียงมาตั้งแต่เมื่อซัก 30 &#8211; 40 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งที่วงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลแต่งชุดลูกเสือไปประกวดถึงประเทศเนเธอร์แลนด์และคว้ารางวัลกลับมาให้ชาวไทยได้ฮือฮากัน และโรงเรียนนี้แหละที่เป็นสถาบันที่เริ่มต้นชีวิตนักดนตรีให้กับตัวผมเอง แต่การที่เคยเล่นดนตรีอยู่ในวง Marching Band มาหลายปีนั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก เมื่อในปี 2006 (หลังจาก 10 ปีที่ไม่ได้คลุกคลีกับวงการนี้เลย) ผมได้รับโจทย์แกมบังคับบีบคอจากรุ่นพี่่ที่สนิทกัน เพื่อให้เป็นผู้ประพันธ์เพลงให้กับวงโยธวาทิตโรงเรียนเทพมิตรศึกษา เข้าประกวดในการแข่งขันระดับชาติ ผมเองซึ่งไม่เคยแต่งเพลงลักษณะนี้เลย แต่โดยภาวะจำยอม รวมกับอาการคันอยากพิสูจน์ตัวเองเล็กน้อย ก็เลยรับปากไปอย่างงงๆ โจทย์ของเพลงชุดนี้คือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="cavalier" src="http://en.wikivisual.com/images/b/b8/Cavaliers_2004_dci_world_championships.jpg" alt="" width="191" height="176" />ถ้าลองไปคุยดูกับนักดนตรีอาชีพหลายๆ คนในบ้านเรา ทั้งคนในเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จะพบว่าประสบการณ์การเล่นดนตรีครั้งแรกในชีวิตของหลายๆ ท่านก็คือการเล่นอะไรซักอย่างนึงในวง Marching Band นี่แหละ ซึ่งสมัยโบราณบ้านเราจะเรียกว่า &#8220;วงดุริยางค์&#8221; รุ่นต่อมาก็เริ่มเรียกว่า &#8220;วงโยธวาทิต&#8221; จนมาเรื่อยๆ ปัจจุบัน ก็เริ่มจะเรียกตามฝรั่งกันไปว่า &#8220;Drum Corps&#8221; บ้าง &#8220;Brass Band&#8221; บ้าง แต่สุดท้ายแล้ว มันก็หมายความรวมๆ ถึงวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องเป่าและเครื่องตีเป็นหลัก ที่เหมาะสำหรับการบรรเลงกลางแจ้งนั่นเอง ส่วนจะเป็นการนั่งหรือยืนบรรเลงอยู่กับที่ หรือว่าจะมีการแปรขบวนไปด้วยก็แล้วแต่โอกาสต่างๆ กัน แต่ก็นับว่าเป็นการแสดงที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนดูได้เสมอมา<span id="more-206"></span></p>
<p>สำหรับในเมืองไทยเรา วงดนตรีประเภทนี้ก็เริ่มที่จะมีชื่อเสียงมาตั้งแต่เมื่อซัก 30 &#8211; 40 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งที่วงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลแต่งชุดลูกเสือไปประกวดถึงประเทศเนเธอร์แลนด์และคว้ารางวัลกลับมาให้ชาวไทยได้ฮือฮากัน และโรงเรียนนี้แหละที่เป็นสถาบันที่เริ่มต้นชีวิตนักดนตรีให้กับตัวผมเอง</p>
<p>แต่การที่เคยเล่นดนตรีอยู่ในวง Marching Band มาหลายปีนั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก เมื่อในปี 2006 (หลังจาก 10 ปีที่ไม่ได้คลุกคลีกับวงการนี้เลย) ผมได้รับโจทย์แกมบังคับบีบคอจากรุ่นพี่่ที่สนิทกัน เพื่อให้เป็นผู้ประพันธ์เพลงให้กับวงโยธวาทิตโรงเรียนเทพมิตรศึกษา เข้าประกวดในการแข่งขันระดับชาติ ผมเองซึ่งไม่เคยแต่งเพลงลักษณะนี้เลย แต่โดยภาวะจำยอม รวมกับอาการคันอยากพิสูจน์ตัวเองเล็กน้อย ก็เลยรับปากไปอย่างงงๆ</p>
<p>โจทย์ของเพลงชุดนี้คือ <strong>&#8220;รถแข่ง Formula 1&#8243;</strong> การจะเอารถแข่งมาอยู่ในวงดนตรีนั้นจะทำยังไงดี? ดังนั้นกว่าผมจะเค้นแต่ละโน้ต แต่ละห้องเพลงออกมากับผลงานชิ้นแรกนี้ ยอมรับว่าไม่ง่ายเลย ผมใช้เวลาค่อนข้างเยอะมากกับผลงานชิ้นนี้ ซึ่งผลที่ออกมาก็นับว่าน่าพอใจระดับนึง ถึงแม้จะถูกบ่นว่ายากเกินไปสำหรับเด็กม.3 (ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะ) ทำให้เล่นออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ยังไงก็ตาม การประกวดครั้งนี้ก็ได้รับรางวัลกันไปอย่างน่าพอใจทีเดียวครับ</p>
<h3>Formula 1 &#8211; 2006</h3>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/1mtDNtIz_A8&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/1mtDNtIz_A8&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>และด้วยความสำเร็จในปี 2006 ของทีม ทำให้ผมถูกเรียกตัวไปแต่งเพลงอีกครั้งหนึ่งในปี 2007 สำหรับงานชิ้นที่ 2 ด้วยความคาดหวังที่สูงขึ้น โดยโจทย์ในรอบนี้คือ &#8220;X-Army!&#8221; (ซึ่งแม้กระทั่งป่านนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่ามันคือกองทัพอะไร) ซึ่งก็แน่นอนว่ายังใช้เวลาและความตั้งใจอย่างเต็มที่เหมือนเคย โดยรอบนี้พยายามจะทำให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม</p>
<h3>X-Army &#8211; 2007</h3>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/DnNOywVTNkw&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/DnNOywVTNkw&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
สุดท้ายแล้ว น้องๆ ก็เก่งกันมากที่สามารถคว้าแชมป์ในปีนั้นมาครองได้ พร้อมกับความโล่งใจของผู้แต่งเพลงที่แอบนั่งมองน้องๆ ประกวดอย่างเงียบๆ อยู่บนอัฒจรรย์ครับ <img src='http://mehtamorphosis.tv/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/marching-band-show-piece/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทสัมภาษณ์เกี่ยวกับดนตรีในนิตยสาร Bridge</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/05/bridge-magazine-interview/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=bridge-magazine-interview</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/05/bridge-magazine-interview/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 May 2010 15:31:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Influence]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=192</guid>
		<description><![CDATA[นั่งจัดระเบียบไฟล์เก่าๆ ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ ก็ไปพบไฟล์ๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นต้นฉบับของบทสัมภาษณ์ ที่ผมเคยเขียนให้กับนิตยสาร Bridge เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ในหัวข้อเกี่ยวกับอิทธิพลของดนตรี อ่านดูแล้วก็เข้าท่าดีเหมือนกัน ก็เลยอยากเอามาแชร์ไว้ที่นี่เป็นข้อมูลให้กับคนอื่นๆ ได้อ่านกันต่อไปครับ ======================================== Q: ดนตรีมีอิทธิพลอย่างไรกับคนเรา? A: เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น จะขอแยกคำที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ออกเป็นสองคำ คำแรก “ดนตรี” (music) ในการตอบคำถามของผมตรงนี้จะเจาะจงไปที่เสียงของดนตรีที่ไม่มีเนื้อร้องใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนอีกคำนึงคือคำว่า “เพลง” (song) ผมจะหมายถึงดนตรีที่มีเนื้อร้องควบคู่ไปด้วย เสียงที่เราได้ยินส่วนใหญ่เป็นเสียงที่เราเลือกที่จะฟัง หูของเราทำงาน 24 ชั่วโมงไม่เคยหยุดพัก แต่เคยสังเกตมั้ยว่าเราเลือกที่จะฟังอะไรบ้างในแต่ละวัน? และยิ่งไปกว่านั้นเราจำสิ่งที่เราฟังได้มากแค่ไหน? ส่วนใหญ่สิ่งที่เราจำได้จะเป็นสิ่งที่เราบอกตัวเองว่า “สิ่งที่ฉันได้ยินต่อไปนี้มีความสำคัญ จงตั้งใจฟังบันทึกสิ่งที่ไว้ในสมอง” เพราะฉะนั้นเราอาจจะพูดได้ว่า “สมอง” เป็นเหมือนกับตัวกรองสิ่งที่เราได้ยินในแต่ละวัน ปัญหาก็คือว่า สมองของเรามีความจำกัด เราสามารถจำได้แต่เพียงสิ่งที่เราเข้าใจ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าให้ผมไปนั่งฟังภาษารัสเซียสักสามวัน ผมก็ไม่มีทางจำอะไรได้เพราะสมองผมไม่สามารถเข้าใจภาษารัสเซีย แต่เสียงดนตรีไม่เป็นเช่นนั้น อย่างที่เรามักจะพูดกันว่า “ดนตรีเป็นภาษาสากล” เพราะว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้สมองในการซึมซับเสียงดนตรี แต่เสียงดนตรีต่างๆ นั้นสามารถวิ่งตรงเข้าไปสู่ส่วนที่เป็นอารมณ์, ความรู้สึก หรือจิตใต้สำนึกของคนเราได้โดยที่ไม่ต้องผ่านสมองเลยก็ได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นั่งจัดระเบียบไฟล์เก่าๆ ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ ก็ไปพบไฟล์ๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นต้นฉบับของบทสัมภาษณ์ ที่ผมเคยเขียนให้กับนิตยสาร Bridge เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ในหัวข้อเกี่ยวกับอิทธิพลของดนตรี อ่านดูแล้วก็เข้าท่าดีเหมือนกัน ก็เลยอยากเอามาแชร์ไว้ที่นี่เป็นข้อมูลให้กับคนอื่นๆ ได้อ่านกันต่อไปครับ<span id="more-192"></span></p>
<p>========================================</p>
<p><img class="alignleft" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="SOM" src="http://www.snr.ac.th/wita/music/sound-of-music-DVDcover.jpg" alt="" width="209" height="285" /><strong>Q: ดนตรีมีอิทธิพลอย่างไรกับคนเรา?</strong></p>
<p><strong>A: </strong>เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น จะขอแยกคำที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ออกเป็นสองคำ คำแรก “ดนตรี” (music) ในการตอบคำถามของผมตรงนี้จะเจาะจงไปที่เสียงของดนตรีที่ไม่มีเนื้อร้องใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนอีกคำนึงคือคำว่า “เพลง” (song) ผมจะหมายถึงดนตรีที่มีเนื้อร้องควบคู่ไปด้วย</p>
<p>เสียงที่เราได้ยินส่วนใหญ่เป็นเสียงที่เราเลือกที่จะฟัง หูของเราทำงาน 24 ชั่วโมงไม่เคยหยุดพัก แต่เคยสังเกตมั้ยว่าเราเลือกที่จะฟังอะไรบ้างในแต่ละวัน? และยิ่งไปกว่านั้นเราจำสิ่งที่เราฟังได้มากแค่ไหน?<br />
ส่วนใหญ่สิ่งที่เราจำได้จะเป็นสิ่งที่เราบอกตัวเองว่า “สิ่งที่ฉันได้ยินต่อไปนี้มีความสำคัญ จงตั้งใจฟังบันทึกสิ่งที่ไว้ในสมอง” เพราะฉะนั้นเราอาจจะพูดได้ว่า “สมอง” เป็นเหมือนกับตัวกรองสิ่งที่เราได้ยินในแต่ละวัน</p>
<p>ปัญหาก็คือว่า สมองของเรามีความจำกัด เราสามารถจำได้แต่เพียงสิ่งที่เราเข้าใจ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าให้ผมไปนั่งฟังภาษารัสเซียสักสามวัน ผมก็ไม่มีทางจำอะไรได้เพราะสมองผมไม่สามารถเข้าใจภาษารัสเซีย</p>
<p>แต่เสียงดนตรีไม่เป็นเช่นนั้น อย่างที่เรามักจะพูดกันว่า “ดนตรีเป็นภาษาสากล” เพราะว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้สมองในการซึมซับเสียงดนตรี แต่เสียงดนตรีต่างๆ นั้นสามารถวิ่งตรงเข้าไปสู่ส่วนที่เป็นอารมณ์, ความรู้สึก หรือจิตใต้สำนึกของคนเราได้โดยที่ไม่ต้องผ่านสมองเลยก็ได้ รอบๆ ตัวเราทุกวันเต็มไปด้วยเสียงดนตรีที่ถูกออกแบบมากเพื่อให้ส่งผลกับอารมณ์และพฤติกรรมของเราโดยที่เราแทบจะไม่รู้ตัว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมากๆ เช่นเวลาเราดูภาพยนตร์ มีกี่คนที่สนใจฟังเพลง soundtrack ที่อยู่ข้างในนั้น ความสนใจแทบทั้งหมดของคนดูนั้นอยู่กับแต่เนื้อเรื่อง บทสนทนา ภาพที่อยู่เบื้องหน้า แต่สิ่งที่ทำให้เรามีอารมณ์คล้อยตามมากที่สุดนั้นคือดนตรี! เสียงกลองทิมปานีที่ตีแผ่วๆ ช้าๆ ในฉากลึกลับทำให้เรารู้สึกว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น เสียงไวโอลินในฉากที่พระเอกนางเอกนั่งมองหน้ากันเฉยๆ แต่กลับทำให้เรามีความรู้สึกซาบซึ้งจนนำตาไหล นี่เป็นแค่ตัวอย่างเพียงเล็กน้อยมาก ถ้าเราสังเกตดีๆ จะเห็นว่ารอบตัวของเราเต็มไปด้วยเสียงดนตรีเหล่านี้</p>
<p>ส่วน “เพลง” นั้นก็มีอิทธิพลมากเช่นกัน เพราะว่าเป็นการผสมผสานอย่างคล้องจองของเนื้อความ หรือเนื้อร้อง ซึ่งเราต้องเข้าใจด้วยสมอง เข้าไปอย่างกลมกลืนกับ “ดนตรี” ที่มีผลกับอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ ทำให้สิ่งที่เราได้ยินนั้น เข้าไปสู่ท้งสมองและอารมณ์ในเวลาเดียวกัน ดนตรีสามารถทำให้ข้อความเนื้อร้องนั้นมีความน่าสนใจและติดหูได้มากขึ้น ทำให้คนที่ฟังเพลงรู้สึกคล้อยตามไปกับเนื้อหาของเพลงได้อย่างง่ายดาย และยิ่งถ้าผู้ฟังรู้สึกเห็นด้วยหรือมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่บทเพลงๆ นั้นสื่อออกมาอยู่แล้ว เพลงก็จะยิ่งมีอิทธิพลกับผู้ฟังมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>Q: ดนตรีแต่ละประเภท มีผลกับชีวิตมากน้อยแค่ไหน เช่นเพลงโมสาร์ท ทำให้เป็นอัจฉริยะ หรือเพลง dead music ฟังแล้วอยากฆ่าตัวตาย?</strong></p>
<p><strong> A: </strong>มีการวิจัยออกมากันมากมายอยู่แล้วในเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวผมมองว่ามันมีผลแน่นอนแต่อาจจะเป็นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เช่นฟังเพลง (ดนตรี) บางเพลงแล้วทำให้เป็นอัจฉริยะ ส่วนตัวผมคิดว่ามันคงจะไม่ใช่สูตรสำเร็จง่ายดายขนาดนั้น ไม่งั้นเด็กทุกคนที่เกิดมาตอนนี้คงเป็นอัจฉริยะหมดเพราะว่าพ่อแม่เปิดเพลงให้ลูกฟัง หรือเราอยากให้ใครทำอะไรซักอย่างก็แต่งเพลงขึ้นมาเพื่อสะกดจิตกันไปเลย</p>
<p>แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนคือสิ่งที่ผมได้ตอบไปในคำถามที่แล้ว “ดนตรีสามารถทำให้เราเกิดความรู้สึก ดนตรีส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมของผู้ฟัง” ดนตรีบางประเภทอาจทำให้ผู้ฟังมีสมาธิ และส่งผลให้การเชื่อมโยงของสมองเป็นระเบียบหรือฉลาดขึ้นได้ ขณะเดียวกันดนตรีหรือเพลงบางประเภทอาจจะทำให้คุณมีความรู้สึกยินดีหรือเศร้าหดหู่ก็ได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเพลงที่มีเนื้อร้องในลักษณะชี้นำให้คนคิดหรือทำอะไรสักอย่างที่ชัดเจนก็อาจจะมีพลังมากขึ้นถ้าคนที่ฟังเห็นด้วยกับเนื้อความในนั้น</p>
<p>ส่วนเรื่องที่ว่าจะมีผลมากน้อยแค่ไหนนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าผู้ฟังเป็นปัจจัยที่สำคัญกว่า ถ้าเราจะเอาดนตรีของโมสาร์ทไปเปิดให้กับคนที่ไม่ชอบเพลงคลาสสิคฟัง แทนที่จะทำให้ฉลาดขึ้น อาจจะกลายเป็นการสร้างความเครียดให้กับผู้ฟังไปแทนก็ได้ หรือเพลง dead music ถ้าให้ผมฟังผมก็คงจะไม่มีวันไปฆ่าตัวตาย เพราะผมไม่เคยเห็นด้วยกับเนื้อหาของเพลงแบบนั้น</p>
<p>สรุปแล้วผมคิดว่าดนตรีมีอิทธิพลต่อผู้ฟังในทางใดทางหนึ่งแน่นอนแต่ก็เป็นเพียงแค่ปัจจัยหนึ่งเท่านั้น คงไม่ใช่ทั้งหมด ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ดนตรีมีผลกับชีวิตมากน้อยนั้นยังมีอีกมากมายเช่น พื้นฐานหรือสภาวะทางอารมณ์, เพื่อน, ครอบครัว, ประสบการณ์ในชีวิต, หลักเกณฑ์ในการดำเนินชีวิต ฯลฯ</p>
<p><strong>Q: ฉะนั้นเราจำเป็นต้องเลือกฟังดนตรีไหม แบบไหน?</strong></p>
<p><strong>A:</strong> ผมเป็นคนที่ฟังดนตรีได้ทุกแนว แต่ผมเลือกที่จะชอบและหลงไหลในดนตรีแค่บางแนวเท่านั้น ดนตรีก็เหมือนกับเพื่อน คุณมีเพื่อนหลายคนในชีวิตของคุณ แต่คุณอาจจะมีเพื่อนสนิทอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น เพื่อนคุณบางคนอาจจะมีบางอย่างที่ไม่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องปฎิเสธหรือเลิกคบกับเค้า เพราะว่าคุณก็ยังต้องเจอกับเพื่อนหรือคนที่คุณไม่ชอบอยู่ในบางเวลา และทุกคนก็ล้วนยังมีส่วนที่ดีที่แตกต่างกัน</p>
<p>เช่นเดียวกันกับดนตรี สื่อปัจจุบันนี้มีมากมายหลายรูปแบบเหลือเกิน จนเราแทบจะไม่สามารถหลึกหนีไปจากดนตรีหลากหลายประเภททั้งที่ดีและไม่ดีที่เข้าคิวกันมาให้เราฟังแต่ละวัน การที่เราจะเลือกฟังดนตรีเฉพาะแนวในแนวหนึ่งอาจจะเป็นการปิดตัวเองเกินไป รวมถึงอาจจะทำให้เราต้องพลาดสิ่งดีๆ ที่ซ่อนอยู่บางอย่างไปโดยที่เราไม่รู้ตัวได้</p>
<p>ผมอยากจะพูดกับผู้อ่านทุกคนด้วยซ้ำว่า “ขอให้คุณเปิดใจให้กว้างๆ กับดนตรีทุกๆ รูปแบบ แต่ขอให้คุณเลือกดีๆ กับดนตรีที่จะมาเป็นเพื่อนสนิทในชีวิตของคุณ ใช้เวลาทำความรู้จักกับเค้า ทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ต้องระวัง อย่าเลือกหลงไหลดนตรีอะไรเพียงเพราะว่าเป็นแฟชั่นหรือว่าทำตามคนอื่นๆ”</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/05/bridge-magazine-interview/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พ่อ&#8230;</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2009/10/in-memory-of-dad/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=in-memory-of-dad</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2009/10/in-memory-of-dad/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Oct 2009 19:22:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Personal]]></category>
		<category><![CDATA[Dad]]></category>
		<category><![CDATA[Father]]></category>
		<category><![CDATA[Memory]]></category>
		<category><![CDATA[Narong]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=196</guid>
		<description><![CDATA[“Kiss me” จูบป๊าหน่อย เป็นหนึ่งในคำพูดไม่กี่คำสุดท้ายที่ได้ยินป๊ากระซิบกับผมซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กก่อนที่จะออกจากบ้านไปทำงานเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว&#8230; ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ภาพของป๊าคือชายเข้มแข็งสไตล์คนจีน พูดจาเสียงดัง ชอบเอาชนะ ชอบติ ชอบเถียง น้อยครั้งมากที่ป๊าจะเอ่ยปากชมอะไรลูก ยิ่งเรื่องของการแสดงความรักด้วยการสัมผัสการกอดนั้นยิ่งเป็นของหายาก&#8230; แต่ในอีกด้านหนึ่ง ป๊าเป็นคนที่มีความอ่อนโยนไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะเวลาที่ป๊าเล่นกับน้องแทธหลานชายคนโปรด แม้ในตอนที่ป๊ามีอาการกระตุก ป๊าก็ยังพยายามจะจับหนังสือนิทานเพื่อเล่าและร้องเพลงโปรดให้หลานฟังทั้งๆที่ตัวเองแทบจะไม่มีแรงพูด ผมก้มตัวลงไปจูบที่หน้าผากป๊าเบาๆ ตามที่ป๊าขอ ป๊าส่งสายตามาและยิ้มให้ด้วยมุมปาก เป็นยิ้มที่ผมจะไม่มีวันลืมไปจากชีวิต ยิ้มที่อบอุ่น ยิ้มที่แสดงถึงความภูมิใจในตัวลูกชายของป๊า ยิ้มที่เหมือนกับจะบอกว่า “ป๊าฝากอาม่ากับหม่าม้าไว้ให้ลูกดูแลนะ ป๊ารู้ว่าลูกรับผิดชอบได้” เวลาผ่านไปไม่กี่วัน เช้าวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม ป๊าเริ่มนอนนิ่ง ไม่ตอบสนอง ไม่กินข้าว ไม่กินน้ำ ไม่กินยา ไม่พูดกับใคร ทุกคนเริ่มเป็นห่วง แต่ก็ยังแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าป๊าคงจะแค่อยากพักผ่อนเท่านั้น เดี๋ยวก็คงกลับมาคุยเล่นได้อีก ในใจผมอยากได้ยินเสียงของป๊าอีก เสียงที่เป็นเหมือนกับเอกลักษณ์ของบ้านหลังนี้ เสียงที่ถึงแม้บางครั้งจะบ่น จะพูดเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาจนไม่อยากฟัง วันนี้กลับกลายเป็นเสียงที่ผมอยากได้ยินอีกซักครั้ง&#8230; คืนนี้ผมเดินลงไปข้างล่าง มองดูที่เตียงที่ป๊าเคยนอน อุปกรณ์ของใช้ต่างๆ ของป๊ายังอยู่ที่เดิม เสื้อลำลองยังอยู่ที่ไม้แขวน แผ่นซีดีเพลงโปรดของป๊ายังคงคาอยู่ในเครื่องเล่น โทรศัพท์ถูกเสียบชาร์จทิ้งเอาไว้ เครื่องปาล์มที่ป๊าเล่น scrabble ทุกวัน เปิดขึ้นมายังมีเกมส์ที่เล่นค้างไว้ไม่จบ&#8230; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/06/IMG_0004.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-197" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="narong" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/06/IMG_0004-235x300.jpg" alt="" width="235" height="300" /></a>“Kiss me” </strong>จูบป๊าหน่อย เป็นหนึ่งในคำพูดไม่กี่คำสุดท้ายที่ได้ยินป๊ากระซิบกับผมซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กก่อนที่จะออกจากบ้านไปทำงานเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว&#8230; ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ภาพของป๊าคือชายเข้มแข็งสไตล์คนจีน พูดจาเสียงดัง ชอบเอาชนะ ชอบติ ชอบเถียง น้อยครั้งมากที่ป๊าจะเอ่ยปากชมอะไรลูก ยิ่งเรื่องของการแสดงความรักด้วยการสัมผัสการกอดนั้นยิ่งเป็นของหายาก&#8230; แต่ในอีกด้านหนึ่ง ป๊าเป็นคนที่มีความอ่อนโยนไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะเวลาที่ป๊าเล่นกับน้องแทธหลานชายคนโปรด แม้ในตอนที่ป๊ามีอาการกระตุก ป๊าก็ยังพยายามจะจับหนังสือนิทานเพื่อเล่าและร้องเพลงโปรดให้หลานฟังทั้งๆที่ตัวเองแทบจะไม่มีแรงพูด</p>
<p>ผมก้มตัวลงไปจูบที่หน้าผากป๊าเบาๆ ตามที่ป๊าขอ ป๊าส่งสายตามาและยิ้มให้ด้วยมุมปาก เป็นยิ้มที่ผมจะไม่มีวันลืมไปจากชีวิต ยิ้มที่อบอุ่น ยิ้มที่แสดงถึงความภูมิใจในตัวลูกชายของป๊า ยิ้มที่เหมือนกับจะบอกว่า “ป๊าฝากอาม่ากับหม่าม้าไว้ให้ลูกดูแลนะ ป๊ารู้ว่าลูกรับผิดชอบได้”</p>
<p><span id="more-196"></span><br />
เวลาผ่านไปไม่กี่วัน เช้าวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม ป๊าเริ่มนอนนิ่ง ไม่ตอบสนอง ไม่กินข้าว ไม่กินน้ำ ไม่กินยา ไม่พูดกับใคร ทุกคนเริ่มเป็นห่วง แต่ก็ยังแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าป๊าคงจะแค่อยากพักผ่อนเท่านั้น เดี๋ยวก็คงกลับมาคุยเล่นได้อีก ในใจผมอยากได้ยินเสียงของป๊าอีก เสียงที่เป็นเหมือนกับเอกลักษณ์ของบ้านหลังนี้ เสียงที่ถึงแม้บางครั้งจะบ่น จะพูดเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาจนไม่อยากฟัง วันนี้กลับกลายเป็นเสียงที่ผมอยากได้ยินอีกซักครั้ง&#8230;</p>
<p>คืนนี้ผมเดินลงไปข้างล่าง มองดูที่เตียงที่ป๊าเคยนอน อุปกรณ์ของใช้ต่างๆ ของป๊ายังอยู่ที่เดิม เสื้อลำลองยังอยู่ที่ไม้แขวน แผ่นซีดีเพลงโปรดของป๊ายังคงคาอยู่ในเครื่องเล่น โทรศัพท์ถูกเสียบชาร์จทิ้งเอาไว้ เครื่องปาล์มที่ป๊าเล่น scrabble ทุกวัน เปิดขึ้นมายังมีเกมส์ที่เล่นค้างไว้ไม่จบ&#8230; ทุกอย่างยังดูเหมือนปกติ ขาดแต่เพียงร่างของป๊าในตำแหน่งที่คุ้นเคย</p>
<p>ตอนนี้ป๊าคงกำลังมองดูพวกเราลงมาจากสวรรค์ อาจจะกำลังชี้ให้อากงดูน้องแทธ, น้องนีโอ ป๊าอาจจะกำลังกินอาหารอร่อยๆ อย่างเต็มที่แบบที่ไม่ต้องกลัวอ้วนอีกต่อไปในร่างกายใหม่ที่จะไม่มีวันเจ็บป่วย ป๊าคงกำลังมีความสุขมากๆ อยู่ข้างบนนั้น!</p>
<p>ผมไม่เสียใจที่ป๊าจากไปเพราะรู้ว่าป๊าไปในที่ๆดีที่สุด ดีกว่าที่จะนอนอยู่เฉยๆ บนเตียงที่นี่ตั้งหลายเท่า แต่ป๊าครับ พวกเราคิดถึงป๊านะ จนกว่าเราจะเจอกันอีก&#8230; รักป๊าครับ</p>
<p><strong>(คำไว้อาลัยที่ผมเขียนให้กับคุณพ่อณรงค์ เกรียงปริญญากิจ เดือนตุลาคม 2009)</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2009/10/in-memory-of-dad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>10 วิธีสู่การเป็นศิลปินไส้แห้ง</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2009/10/10-ways-to-be-starving-artist/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=10-ways-to-be-starving-artist</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2009/10/10-ways-to-be-starving-artist/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2009 17:52:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Arts/Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Arts]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=184</guid>
		<description><![CDATA[ไปอ่านเจอบทความนึงมาจากที่นี่ พูดเรื่องของธุรกิจและศิลปินได้โดนมาก ที่บอกว่าโดนก็เพราะว่าผมเองเคยเป็นแบบนั้นน่ะสิ แต่ตอนนี้กลับเนื้อกลับตัวแล้ว แต่อยากจะเอามาแปะเอาไว้ที่นี่ เพื่อคอยเตือนตัวเองซะหน่อย 10 วิธีสู่การเป็นศิลปินไส้แห้ง โดย Martha Zlatar ที่ปรึกษาด้านธุรกิจศิลปะของศูนย์พัฒนาธุรกิจขนาดเล็กแห่ง San Francisco 1. อย่าตั้งเป้าหมาย 2. อย่าพูด อย่าคิด เรื่องเงิน 3. เก็บผลงานดีๆไว้กับตัว อย่าให้ใครเห็น อย่าไปเล่าให้ใครฟังด้วย 4. อย่าบอกใครเชียวนะว่าคุณคือศิลปิน 5. ใช้เวลาอยู่ในสตูดิโอให้มากที่สุด ไม่ต้องไปสนใจการตลาด ทำงานเสร็จแล้วก็วางซ้อนกันไปเรื่อย 6. ถ้าใครมาตื๊อขอซื้องานของคุณ ให้บอกไปว่าไม่ขาย งานชิ้นนี้มันประเมินราคาไม่ได้หรอก! 7. เป็นศิลปินเดี่ยว อย่าหาคนช่วย 8. อยู่ไกลๆศิลปินคนอื่นๆที่หาเงินเก่ง 9. คาดหวังความสำเร็จแบบสำเร็จรูป 10. รอจนกว่าจะมีคนมาเจอคุณ ใครอ่านแล้วรู้สึกโดนเหมือนผมบ้าง?]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไปอ่านเจอบทความนึงมาจาก<a href="http://www.baanmoo.com/2009/06/16/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%ADvan-gogh-pi/" target="_blank">ที่นี่</a> พูดเรื่องของธุรกิจและศิลปินได้โดนมาก ที่บอกว่าโดนก็เพราะว่าผมเองเคยเป็นแบบนั้นน่ะสิ แต่ตอนนี้กลับเนื้อกลับตัวแล้ว แต่อยากจะเอามาแปะเอาไว้ที่นี่ เพื่อคอยเตือนตัวเองซะหน่อย</p>
<p><strong>10 วิธีสู่การเป็นศิลปินไส้แห้ง</strong></p>
<p><em>โดย Martha Zlatar ที่ปรึกษาด้านธุรกิจศิลปะของศูนย์พัฒนาธุรกิจขนาดเล็กแห่ง San Francisco</em><br />
<img title="10 rules_starving artist" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2009/10/10-rules_starving-artist.jpg" alt="10 rules_starving artist" width="328" height="354" /><br />
<span id="more-184"></span></p>
<p>1. อย่าตั้งเป้าหมาย</p>
<p>2. อย่าพูด อย่าคิด เรื่องเงิน</p>
<p>3. เก็บผลงานดีๆไว้กับตัว อย่าให้ใครเห็น อย่าไปเล่าให้ใครฟังด้วย</p>
<p>4. อย่าบอกใครเชียวนะว่าคุณคือศิลปิน</p>
<p>5. ใช้เวลาอยู่ในสตูดิโอให้มากที่สุด ไม่ต้องไปสนใจการตลาด ทำงานเสร็จแล้วก็วางซ้อนกันไปเรื่อย</p>
<p>6. ถ้าใครมาตื๊อขอซื้องานของคุณ ให้บอกไปว่าไม่ขาย งานชิ้นนี้มันประเมินราคาไม่ได้หรอก!</p>
<p>7. เป็นศิลปินเดี่ยว อย่าหาคนช่วย</p>
<p>8. อยู่ไกลๆศิลปินคนอื่นๆที่หาเงินเก่ง</p>
<p>9. คาดหวังความสำเร็จแบบสำเร็จรูป</p>
<p>10. รอจนกว่าจะมีคนมาเจอคุณ</p>
<p>ใครอ่านแล้วรู้สึกโดนเหมือนผมบ้าง?</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2009/10/10-ways-to-be-starving-artist/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้นำ&#8230;รุ่นไหนก็เป็นได้!</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2009/09/muslim-leadership-training/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=muslim-leadership-training</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2009/09/muslim-leadership-training/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Sep 2009 16:30:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[DISC]]></category>
		<category><![CDATA[Muslim]]></category>
		<category><![CDATA[Training]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=151</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้อยากจะเล่าย้อนหลังไปนิดนึงถึงรายการอบรมหนึ่ง ที่ผมได้มีส่วนเข้าไปเป็นวิทยากรร่วมเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นการอบรมที่น่าสนใจมากๆ และเป็นสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตัวผมเองจะได้มีโอกาสแบบนี้ โอกาสที่ว่านี้คือการได้เข้าไปเป็นวิทยากรร่วมกับอ.เศรษฐพงษ์ (พี่ฝอง) แห่งบริษัท GNOSIS ทำการอบรมเรื่องภาวะผู้นำให้กับกลุ่มผู้นำไทยมุสลิม (คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่าม จากทั่วประเทศไทย) ซึ่งจัดโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสถาบันพัฒนาผู้นำมุสลิม โดยหัวข้อหลักสำหรับการอบรมผู้นำในครั้งนี้ อ.เศรษฐพงษ์ จะเป็นวิทยากรหลักพูดในเรื่องของ Change Management และ Leadership ส่วนผมจะเข้าไปเสริมในเรื่องของลักษณะบุคลิกภาพแบบ DISC ผมเองมีประสบการณ์ในการสอนและการอบรมมาพอสมควร แต่การที่จะต้องมาสอนคนที่เป็นผู้นำอยู่แล้วในระดับจังหวัด ซึ่งอยู่ในต่างวัฒนธรรม แถมอายุเฉลี่ยของผู้เข้าอบรมแต่ละท่านนั้นยังอยู่ที่ประมาณ 50 นับเป็นสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมาก สิ่งที่ผมกลัวที่สุดก็คือการจะต้องไป&#8221;สอนหนังสือสมภาร&#8221; หรือ &#8220;สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ&#8221; นั่นเอง แต่ในอีกด้านหนึ่ง การอบรมครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งใหม่สำหรับผมเพียงคนเดียว ผมสืบทราบมาเช่นกันว่านี่ก็เป็นครั้งแรกที่ทางคณะกรรมการจัดงานได้ให้โอกาสบริษัทภายนอกที่ไม่ได้เป็นมุสลิมเข้ามาทำการอบรมให้กับท่านผู้นำเหล่านี้ โดยมีเหตุผลหลักๆ ก็คือว่าเขาต้องการเิปิดรับมุมมองใหม่ๆ ในเรื่องของการเป็นผู้นำ นอกเหนือจากสิ่งที่เคยเรียนรู้มาอยู่แล้วในทางศาสนาเพื่อที่จะได้ความคิดใหม่ๆ กลับไปประยุกต์ใช้ในชุมชนของผู้นำแต่ละท่าน ในการอบรมครั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจท่านผู้นำหลายๆ คนเป็นอย่างมากก็คือ ความหิวกระหายใครเรียนรู้ของผู้นำหลายๆ ท่าน ซึ่งบางคนดูแล้วก็ไม่น่าจะอายุน้อยกว่าคุณพ่อของผมซักเท่าไหร่นัก แต่ก็มีความพยายามตั้งใจฟังและซักถามกันอย่างเต็มที่ ทำให้ผมได้เห็นภาพที่ชัดเจนของคำพูดที่ว่า &#8220;ไม่มีใครแก่เกินเรียน&#8221; จริงๆ ในส่วนที่ผมสอนนั้น ต้องอาศัยความพยายามมากกว่าปกติพอสมควร เนื่องจากผมจะคุ้นเคยกับการอบรมกลุ่มคนที่เป็นวัยรุ่นหรือวัยทำงานมากกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">วันนี้อยากจะเล่าย้อนหลังไปนิดนึงถึงรายการอบรมหนึ่ง ที่ผมได้มีส่วนเข้าไปเป็นวิทยากรร่วมเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นการอบรมที่น่าสนใจมากๆ และเป็นสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตัวผมเองจะได้มีโอกาสแบบนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-159  alignnone" title="gnosis01" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2009/09/gnosis01.jpg" alt="gnosis01" width="362" height="204" /></p>
<p style="text-align: left;">โอกาสที่ว่านี้คือการได้เข้าไปเป็นวิทยากรร่วมกับอ.เศรษฐพงษ์ (พี่ฝอง) แห่งบริษัท <a href="http://www.gnosisadvisory.com" target="_blank">GNOSIS</a> ทำการอบรมเรื่องภาวะผู้นำให้กับกลุ่มผู้นำไทยมุสลิม (คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่าม จากทั่วประเทศไทย) ซึ่งจัดโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสถาบันพัฒนาผู้นำมุสลิม โดยหัวข้อหลักสำหรับการอบรมผู้นำในครั้งนี้ อ.เศรษฐพงษ์ จะเป็นวิทยากรหลักพูดในเรื่องของ Change Management และ Leadership ส่วนผมจะเข้าไปเสริมในเรื่องของลักษณะบุคลิกภาพแบบ DISC<span id="more-151"></span></p>
<p style="text-align: left;">ผมเองมีประสบการณ์ในการสอนและการอบรมมาพอสมควร แต่การที่จะต้องมาสอนคนที่เป็นผู้นำอยู่แล้วในระดับจังหวัด ซึ่งอยู่ในต่างวัฒนธรรม แถมอายุเฉลี่ยของผู้เข้าอบรมแต่ละท่านนั้นยังอยู่ที่ประมาณ 50 นับเป็นสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมาก สิ่งที่ผมกลัวที่สุดก็คือการจะต้องไป&#8221;สอนหนังสือสมภาร&#8221; หรือ &#8220;สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ&#8221; นั่นเอง</p>
<p style="text-align: left;">แต่ในอีกด้านหนึ่ง การอบรมครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งใหม่สำหรับผมเพียงคนเดียว ผมสืบทราบมาเช่นกันว่านี่ก็เป็นครั้งแรกที่ทางคณะกรรมการจัดงานได้ให้โอกาสบริษัทภายนอกที่ไม่ได้เป็นมุสลิมเข้ามาทำการอบรมให้กับท่านผู้นำเหล่านี้ โดยมีเหตุผลหลักๆ ก็คือว่าเขาต้องการเิปิดรับมุมมองใหม่ๆ ในเรื่องของการเป็นผู้นำ นอกเหนือจากสิ่งที่เคยเรียนรู้มาอยู่แล้วในทางศาสนาเพื่อที่จะได้ความคิดใหม่ๆ กลับไปประยุกต์ใช้ในชุมชนของผู้นำแต่ละท่าน</p>
<p style="text-align: center;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="288" height="192" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="flashvars" value="host=picasaweb.google.com&amp;hl=en_US&amp;feat=flashalbum&amp;RGB=0x000000&amp;feed=http%3A%2F%2Fpicasaweb.google.com%2Fdata%2Ffeed%2Fapi%2Fuser%2Fmehtamorphosis.tv%2Falbumid%2F5382722129933879665%3Falt%3Drss%26kind%3Dphoto%26hl%3Den_US" /><param name="src" value="http://picasaweb.google.com/s/c/bin/slideshow.swf" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="288" height="192" src="http://picasaweb.google.com/s/c/bin/slideshow.swf" flashvars="host=picasaweb.google.com&amp;hl=en_US&amp;feat=flashalbum&amp;RGB=0x000000&amp;feed=http%3A%2F%2Fpicasaweb.google.com%2Fdata%2Ffeed%2Fapi%2Fuser%2Fmehtamorphosis.tv%2Falbumid%2F5382722129933879665%3Falt%3Drss%26kind%3Dphoto%26hl%3Den_US"></embed></object></p>
<p style="text-align: left;">ในการอบรมครั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจท่านผู้นำหลายๆ คนเป็นอย่างมากก็คือ ความหิวกระหายใครเรียนรู้ของผู้นำหลายๆ ท่าน ซึ่งบางคนดูแล้วก็ไม่น่าจะอายุน้อยกว่าคุณพ่อของผมซักเท่าไหร่นัก แต่ก็มีความพยายามตั้งใจฟังและซักถามกันอย่างเต็มที่ ทำให้ผมได้เห็นภาพที่ชัดเจนของคำพูดที่ว่า &#8220;ไม่มีใครแก่เกินเรียน&#8221; จริงๆ</p>
<p style="text-align: left;">ในส่วนที่ผมสอนนั้น ต้องอาศัยความพยายามมากกว่าปกติพอสมควร เนื่องจากผมจะคุ้นเคยกับการอบรมกลุ่มคนที่เป็นวัยรุ่นหรือวัยทำงานมากกว่า ดังนั้นจึงต้องมีการดัดแปลงทั้งภาษาที่ใช้และตัวอย่างประกอบอยู่พอสมควรเพื่อให้บทเรียนนั้นมีจุดเชื่อมโยงกับผู้เข้าอบรมต่างวัย ต่างวัฒนธรรมได้ดีขึ้น ซึ่งสุดท้ายก็ผ่านไปได้อย่างค่อนข้างน่าพอใจครับ</p>
<p style="text-align: left;">เมื่อนึกถึงการอบรมครั้งนี้เปรียบเทียบกับค่ายของนิสิต จุฬาฯ ที่ได้เล่าไปในบล็อกที่แล้ว ทั้งสองกลุ่มมีหัวข้อในการเรียนรู้เหมือนกันแต่คนทั้งสองกลุ่มนั้นมีความแตกต่างกันทั้งวัยและประสบการณ์ คนกลุ่มหนึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ พร้อมที่จะเปิดรับทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ยังไม่เห็นภาพของชีวิตจริง ขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งผ่านเรื่องราวต่าง ได้เรียนรู้บทเรียนมากมายมาแล้วในชีวิต แต่ก็อาจจะัยึดติดกับมุมมองหรือวิธีการที่คุ้นเคยมากกว่า</p>
<p style="text-align: left;">คำว่า&#8221;ผู้นำ&#8221;ไม่เคยถูกกำหนดด้วยอายุ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อายุเท่าไหร่ สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้นำนั้นยังคงเป็นผู้นำอยู่ได้ คือความหิวกระหายที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอนั่นเอง ขอให้ทุกท่านสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ทุกๆ วัน และพัฒนาชีวิตของคุณให้ไปถึงความฝันครับ!</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-160" title="gnosis02" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2009/09/gnosis02.jpg" alt="gnosis02" width="483" height="271" /></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: left;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2009/09/muslim-leadership-training/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โครงการพัฒนาผู้นำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2009/09/leadership-course-pharmacy-chula/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=leadership-course-pharmacy-chula</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2009/09/leadership-course-pharmacy-chula/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2009 18:12:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Chula]]></category>
		<category><![CDATA[Teamwork]]></category>
		<category><![CDATA[Training]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=90</guid>
		<description><![CDATA[ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในทีมวิทยากรที่ไปอบรมในเรื่องของภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีมให้กับบุคลากรและนิสิตของคณะต่างๆ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ที่อยากจะเอามาแบ่งปันไว้ในนี้ครับ โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณเกือบสองปีมาแล้ว เมื่อคุณ Andrew Jiang เทรนเนอร์ชาวสิงคโปร์ ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงคนหนึ่งของผม ได้รับเชิญให้ไปทำการอบรมเรื่อง &#8220;ภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีม&#8221; ให้กับคณะอาจารย์และบุคลากรในคณะเภสัชฯ จุฬาฯ ซึ่งปรากฎว่าได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีมากๆ จนทางคณะเห็นประโยชน์และอยากจะเอาวิชาเดียวกันนี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนานิสิต จนได้พูดคุยกันต่อมาเพื่อปรับเอาหลักสูตรนี้ไปเป็นส่วนนึงของรายวิชาบังคับภายในคณะ ซึ่งต่อมากิจกรรมที่ทำได้ไปเข้าตาท่านรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตของมหาวิทยาลัยจนกลายมาเป็นโครงการระดับมหาวิทยาลัยในที่สุด จุดเด่นของการอบรมนี้เห็นจะเป็นค่ายกิจกรรม outdoor ซึ่งเพิ่มเติมมาภายหลังโดยได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างดีจากคุณ Steven Chiang ซึ่งเป็นญาติผู้พี่ของ Andrew เองซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัย, การกู้ภัย, การผจญภัย และการฝึกฝนผู้นำผ่านประสบการณ์ท้าทาย ได้นำเครื่องมือและกิจกรรมของท่านมาใช้ในการอบรม ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ใหม่และน่าตื่นเต้นสำหรับพวกเราที่คุ้นเคยกับการเรียนแบบที่อยู่ในห้องเรียนกันอย่างเดียวมาตลอดชีวิต กิจกรรม: Trolley Race กิจกรรมสอนให้รู้จักการมองทีมในภาพที่ใหญ่ขึ้น บทบาทของผมและทีมงานคนอื่นๆ ที่ทำงานด้วยกันนั้นจะเรียกว่า Facilitator ซึ่งนับว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญและยากที่สุดในค่ายก็ว่าได้ เพราะว่าเราจะต้องเป็นคนที่นำน้องๆ ในการพูดคุยทุกๆ ครั้งหลังจากกิจกรรมแต่ละอย่างเสร็จสิ้น เพื่อร่วมกันค้นหาว่าแต่ละกิจกรรมนั้นมีบทเรียนอะไรอยู่บ้าง โดยวิธีการเรียนรู้นั้น เราพยายามจะให้ผู้เข้าร่วมค่ายรู้สึกว่าพวกเขาเป็นคนค้นพบหลักการในการเป็นผู้นำและการทำงานเป็นทีมได้เองให้มากที่สุด ไม่ใช่เราเป็นคนยัดเยียดทฤษฎีหลักการต่างๆ ไปให้ผู้เรียนอยู่เพียงฝ่ายเดียวเหมือนกับการเรียนในชั้นเรียน บรรยากาศการพูดคุยหลังจากทำกิจกรรม เราได้จัดโครงการอบรมนี้ขึ้นมาประมาณสิบกว่าครั้งตั้งแต่ปลายปี 2008 ที่ผ่านมา ในหลากหลายรูปแบบตามแต่โจทย์ที่มหาวิทยาลัยให้กับเรา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างทีมเวิร์คให้กับกลุ่มบุคลากรของมหาวิทยาลัย, ปรับเปลี่ยนทัศนคติให้กับกลุ่มรุ่นพี่ที่ัรับผิดชอบการรับน้องใหม่, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-94" style="border: 2px solid black; margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="CuLeaders" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2009/09/CuLeaders-150x150.jpg" alt="CuLeaders" width="100" height="100" />ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในทีมวิทยากรที่ไปอบรมในเรื่องของภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีมให้กับบุคลากรและนิสิตของคณะต่างๆ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ที่อยากจะเอามาแบ่งปันไว้ในนี้ครับ</p>
<p style="text-align: left;">โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณเกือบสองปีมาแล้ว เมื่อคุณ Andrew Jiang เทรนเนอร์ชาวสิงคโปร์ ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงคนหนึ่งของผม ได้รับเชิญให้ไปทำการอบรมเรื่อง &#8220;ภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีม&#8221; ให้กับคณะอาจารย์และบุคลากรในคณะเภสัชฯ จุฬาฯ ซึ่งปรากฎว่าได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีมากๆ จนทางคณะเห็นประโยชน์และอยากจะเอาวิชาเดียวกันนี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนานิสิต จนได้พูดคุยกันต่อมาเพื่อปรับเอาหลักสูตรนี้ไปเป็นส่วนนึงของรายวิชาบังคับภายในคณะ ซึ่งต่อมากิจกรรมที่ทำได้ไปเข้าตาท่านรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตของมหาวิทยาลัยจนกลายมาเป็นโครงการระดับมหาวิทยาลัยในที่สุด<span id="more-90"></span></p>
<p style="text-align: left;">จุดเด่นของการอบรมนี้เห็นจะเป็นค่ายกิจกรรม outdoor ซึ่งเพิ่มเติมมาภายหลังโดยได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างดีจากคุณ Steven Chiang ซึ่งเป็นญาติผู้พี่ของ Andrew เองซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัย, การกู้ภัย, การผจญภัย และการฝึกฝนผู้นำผ่านประสบการณ์ท้าทาย ได้นำเครื่องมือและกิจกรรมของท่านมาใช้ในการอบรม ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ใหม่และน่าตื่นเต้นสำหรับพวกเราที่คุ้นเคยกับการเรียนแบบที่อยู่ในห้องเรียนกันอย่างเดียวมาตลอดชีวิต</p>
<div class="mceTemp mceIEcenter" style="text-align: left;">
<dl id="attachment_100" class="wp-caption aligncenter" style="width: 522px;">
<dt class="wp-caption-dt"><img class="size-full wp-image-100 " style="border: 5px solid black;" title="IMG_7988 (Small)" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2009/09/IMG_7988-Small.JPG" alt="IMG_7988 (Small)" width="512" height="287" /></dt>
<dd class="wp-caption-dd">กิจกรรม: Trolley Race กิจกรรมสอนให้รู้จักการมองทีมในภาพที่ใหญ่ขึ้น</dd>
</dl>
</div>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">บทบาทของผมและทีมงานคนอื่นๆ ที่ทำงานด้วยกันนั้นจะเรียกว่า <strong>Facilitator</strong> ซึ่งนับว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญและยากที่สุดในค่ายก็ว่าได้ เพราะว่าเราจะต้องเป็นคนที่นำน้องๆ ในการพูดคุยทุกๆ ครั้งหลังจากกิจกรรมแต่ละอย่างเสร็จสิ้น เพื่อร่วมกันค้นหาว่าแต่ละกิจกรรมนั้นมีบทเรียนอะไรอยู่บ้าง โดยวิธีการเรียนรู้นั้น เราพยายามจะให้ผู้เข้าร่วมค่ายรู้สึกว่าพวกเขาเป็นคนค้นพบหลักการในการเป็นผู้นำและการทำงานเป็นทีมได้เองให้มากที่สุด ไม่ใช่เราเป็นคนยัดเยียดทฤษฎีหลักการต่างๆ ไปให้ผู้เรียนอยู่เพียงฝ่ายเดียวเหมือนกับการเรียนในชั้นเรียน</p>
<p style="text-align: left;">
<div class="mceTemp mceIEcenter" style="text-align: left;">
<dl id="attachment_101" class="wp-caption aligncenter" style="width: 522px;">
<dt class="wp-caption-dt"><img class="size-full wp-image-101 " style="border: 5px solid black;" title="Review Session" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2009/09/IMG_3989-Small.JPG" alt="บรรยากาศการพูดคุยหลังจากทำกิจกรรม" width="512" height="384" /></dt>
<dd class="wp-caption-dd">บรรยากาศการพูดคุยหลังจากทำกิจกรรม</dd>
</dl>
</div>
<p style="text-align: left;">เราได้จัดโครงการอบรมนี้ขึ้นมาประมาณสิบกว่าครั้งตั้งแต่ปลายปี 2008 ที่ผ่านมา ในหลากหลายรูปแบบตามแต่โจทย์ที่มหาวิทยาลัยให้กับเรา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างทีมเวิร์คให้กับกลุ่มบุคลากรของมหาวิทยาลัย, ปรับเปลี่ยนทัศนคติให้กับกลุ่มรุ่นพี่ที่ัรับผิดชอบการรับน้องใหม่, สร้างแรงจูงใจในการทำงานร่วมกันให้กับสภานิสิตและตัวแทนคณะต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ค่ายเหล่านี้จะมีความยาวประมาณ 2 วัน</p>
<p style="text-align: left;">นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นกลุ่มที่ได้เปรียบที่สุด เนื่องจากมีแรงผลักดันอย่างเต็มที่จากอาจารย์ในคณะและได้รับการบรรจุวิชานี้อย่างเป็นทางการในหลักสูตร ทำให้ได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่สำหรับหัวข้อต่างๆ โดยใช้เวลาเรียนและทำการ workshop ในห้องเรียนประมาณ 1 เดือน ก่อนที่จะปิดท้ายลงด้วยค่ายกิจกรรม outdoor ตามที่ได้เล่ามาแล้ว โดยในปีการศึกษา 2009 นี้ เราได้ทำการอบรมใปแล้ว 2 รุ่นด้วยกันครับ คือนิสิตปี 1 และ ปี 4</p>
<div class="mceTemp mceIEcenter" style="text-align: left;">
<dl id="attachment_107" class="wp-caption   aligncenter" style="width: 349px;">
<dt class="wp-caption-dt"><img class="size-full wp-image-107" title="Pharm Class" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2009/09/2009_08_27-28-Pharm-Class-Small.jpg" alt="บรรยากาศในห้องเรียนเภสัชฯ" width="339" height="480" /></dt>
<dd class="wp-caption-dd">บรรยากาศในห้องเรียนคณะเภสัชฯ</dd>
</dl>
</div>
<p>ภาพกิจกรรมจากค่ายคณะเภสัชฯ ปี 4</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="400" height="267" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="flashvars" value="host=picasaweb.google.co.th&amp;hl=en_US&amp;feat=flashalbum&amp;RGB=0x000000&amp;feed=http%3A%2F%2Fpicasaweb.google.co.th%2Fdata%2Ffeed%2Fapi%2Fuser%2FCuLeader%2Falbumid%2F5376185358296347745%3Falt%3Drss%26kind%3Dphoto%26hl%3Den_US" /><param name="src" value="http://picasaweb.google.co.th/s/c/bin/slideshow.swf" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="400" height="267" src="http://picasaweb.google.co.th/s/c/bin/slideshow.swf" flashvars="host=picasaweb.google.co.th&amp;hl=en_US&amp;feat=flashalbum&amp;RGB=0x000000&amp;feed=http%3A%2F%2Fpicasaweb.google.co.th%2Fdata%2Ffeed%2Fapi%2Fuser%2FCuLeader%2Falbumid%2F5376185358296347745%3Falt%3Drss%26kind%3Dphoto%26hl%3Den_US"></embed></object></p>
<p>การเรียนรู้จากกิจกรรม outdoor ในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่สนุกและท้าทายมากครับ เนื่องจากว่าแต่ละกลุ่มนั้นสามารถดึงบทเรียนออกมาได้อย่างมากมายไม่จำกัดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละกิจกรรม แต่เราก็ต้องพยายามกำหนดทิศทางของบทเรียนที่อยู่ในแต่ละกิจกรรมนั้นให้อยู่ในหัวข้อเดียวกัน โดย facilitator ของแต่ละกลุ่มจะต้องประสานงาน พูดคุยกัน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้เข้าร่วมอบรมนั้น ถึงแม้จะอยู่ต่างกลุ่มกัน มีลำดับกิจกรรมที่ไม่เหมือนกัน แต่ยังสามารถได้เรียนรู้บทเรียนเดียวกันและครอบคลุมทุกๆ หัวข้อหลักได้เมื่อที่ค่ายจบลง</p>
<p>ในส่วนของเนื้อหาการอบรมเรื่องภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีมนั้น ถ้าใครที่สนใจอยากรู้ผมขออนุญาติอ้างอิงไปถึง<a href="http://www.gnosisadvisory.com/gnosisblog/?p=125" target="_blank">บล็อกของอ.เศรษฐพงศ์</a> (อ.ฝอง) ซึ่งเป็น facilitator อีกท่านนึงนะครับ แต่ที่อยากจะแบ่งปันเพิ่มเข้ามาก็คือเรื่องของ CHULA Core Value หรือค่านิยมของนิสิตจุฬาฯ ที่เราพยายามจะสอดแทรกและปลูกฝังให้กับผู้เข้าร่วมอบรมในทุกๆ ค่าย ซึ่งได้แก่</p>
<p><strong>C</strong> &#8211; Courage (ความกล้าหาญ)</p>
<p><strong>H</strong> &#8211; Honorable (ความมีเกียรติ เชื่อถือได้)</p>
<p><strong>U</strong> &#8211; Unity (ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน)</p>
<p><strong>L</strong> &#8211; Leading with Vision (การนำอย่างมีวิสัยทัศน์)</p>
<p><strong>A</strong> &#8211; Appreciation (การยอมรับซึ่งกันและกันแม้ในความแตกต่าง)</p>
<p>ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดนี้คงจะไม่ได้สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ผ่านทางค่ายสั้นๆ  2 วัน แต่เราก็คาดหวังว่าจะได้หว่านเมล็ดหรือจุดประกายบางอย่างให้กับผู้นำรุ่นใหม่ๆ ของสังคมที่จะเริ่มต้นฉุกคิดในสิ่งต่างๆ เหล่านี้ครับ ซึ่งก็เป็นเหตุผลเดียวกันที่ทีมงาน facilitator ทุกคนยอมสละวันหยุดพักผ่อนกันมาหลายๆ อาทิตย์ติดกันโดยที่ไม่ได้รับค่าจ้างแม้แต่บาทเดียวเพื่อมาร่วมกันสร้างสิ่งนี้</p>
<p>ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับค่ายอบรมนี้ครับ เพราะว่าตั้งแต่ปลายปี 2008 ผมเองก็ได้มีส่วนร่วมกับค่ายนี้มาถึง 12 รอบเข้าไปแล้ว แต่ละค่ายนั้นก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง, ความประทับใจที่แตกต่างกัน แต่ถ้าจะให้สรุปรวมๆ แล้วละก็ ผมคงจะบอกได้ว่า <strong>สิ่งที่ผมได้รับจากค่ายนี้นั้นเยอะกว่าที่ผมให้ออกไปมากมายเหลือเกิน!</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2009/09/leadership-course-pharmacy-chula/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ด้วยมือนี้ &#8220;แม่&#8221;</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2009/08/mothers-hand/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=mothers-hand</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2009/08/mothers-hand/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 11:13:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Flute]]></category>
		<category><![CDATA[Mothers Day]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=57</guid>
		<description><![CDATA[จะว่าไป พอพูดถึงเพลงที่เกี่ยวกับแม่ ก็ยังมีอีกเพลงนึงที่ผมได้มีส่วนร่วมด้วยในอัลบั้ม &#8220;เพลงมันพาไป&#8221; ของคุณตุ้ย ธีรภัทร์ ภายใต้การโปรดิวซ์ของ &#8220;พี่เหวิน&#8221; เรืองกิจ ยงปิยะกุล แห่งค่ายแกรมมี่ จริงๆ ผมเกือบลืมเพลงนี้ไปแล้วนะ แต่อยู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ในช่วงวันแม่แบบนี้ ก็ขอเอามาโพสเอาไว้ที่นี่เพื่อสร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับวันแม่ละกันครับ เพลงชื่อว่า &#8220;ด้วยมือนี้ (แม่)&#8221; มีเสียงฟลูทที่ผมเล่นคลอไปตลอดเกือบทั้งเพลง ต้องขอบคุณพี่เหวินอีกครั้งที่ให้โอกาสได้ร่วมบรรเลง แถมยังช่วยผมคิด ช่วยสร้างสรรค์์ให้เพลงออกมาอบอุ่นได้บรรยากาศสบายๆ แบบนี้ครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-58" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="tui" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2009/08/tui.jpg" alt="tui" width="112" height="104" />จะว่าไป พอพูดถึงเพลงที่เกี่ยวกับแม่ ก็ยังมีอีกเพลงนึงที่ผมได้มีส่วนร่วมด้วยในอัลบั้ม &#8220;เพลงมันพาไป&#8221; ของคุณตุ้ย ธีรภัทร์ ภายใต้การโปรดิวซ์ของ &#8220;พี่เหวิน&#8221; เรืองกิจ ยงปิยะกุล แห่งค่ายแกรมมี่ จริงๆ ผมเกือบลืมเพลงนี้ไปแล้วนะ แต่อยู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ในช่วงวันแม่แบบนี้ ก็ขอเอามาโพสเอาไว้ที่นี่เพื่อสร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับวันแม่ละกันครับ<span id="more-57"></span></p>
<p>เพลงชื่อว่า &#8220;ด้วยมือนี้ (แม่)&#8221; มีเสียงฟลูทที่ผมเล่นคลอไปตลอดเกือบทั้งเพลง ต้องขอบคุณพี่เหวินอีกครั้งที่ให้โอกาสได้ร่วมบรรเลง แถมยังช่วยผมคิด ช่วยสร้างสรรค์์ให้เพลงออกมาอบอุ่นได้บรรยากาศสบายๆ แบบนี้ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2009/08/mothers-hand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่&#8230;</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2009/08/mother-song/?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=mother-song</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2009/08/mother-song/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Aug 2009 17:00:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Mothers Day]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http:/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[ขออนุญาตเปิดตัวบล็อกตัวเองในวันก่อนวันแม่ปี 2009 ด้วยเพลงที่ผมแต่งไว้เมื่อ 7 ปีที่แล้วนะครับ ชื่อว่า &#8220;ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่&#8221; เป็นการให้เกียรติคุณแม่ของผมเองไปด้วยเลย เพลงนี้แต่งขึ้นสมัยที่ผมยังเป็น Worship/Media Director ของคริสตจักรใจสมาน (โบสถ์ที่อยู่ตรงสถานีรถไฟฟ้านานาน่ะแหละครับ) ตอนนั้นอยากจะได้เพลงใหม่อีกซักเพลงนึงสำหรับรายการพิเศษวันแม่นอกเหนือจากเพลง &#8220;ค่าน้ำนม&#8221; และ &#8220;อิ่มอุ่น&#8221; ที่ร้องกันมาตั้งแต่เด็ก ตอนที่ลงมือเขียนเพลงนี้ ประโยคพร้อมทำนองที่ว่า &#8220;แต่ฉันไม่ลืมผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นคนสำคัญ&#8230;ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่&#8221; เป็นไอเดียแรกที่เข้ามาในหัว เป็นประโยคง่ายๆ ธรรมดาๆ แต่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าลูกๆ ทุกคนคงจะพูดอย่างนี้กับแม่ของตัวเองแน่นอน จริงๆ จะว่าไปแล้ว เพลงนี้สามารถออกมาเป็นรูปเป็นร่างให้ทุกท่านฟังได้ก็เพราะคุณแม่ผมเหมือนกัน เพราะว่าอุปกรณ์ในการทำเพลงทั้งหมดเป็นเงินที่คุณแม่สนับสนุนให้ (ตอนแรกบอกว่าขอยืม แต่ผ่านมาเจ็ดปี มีลูกแล้ว 2 คน ยังใช้คืนไม่ครบเลยครับ แหะๆๆ) คุณภาพในการอัดเสียงและการ mix อาจจะไม่ได้ดีมากนะครับสำหรับเพลงนี้ เพราะว่าเป็นยุคสมัยที่เริ่มต้นทำเพลงด้วยตัวเองจริงๆ อุปกรณ์อะไรต่างๆ ก็มีจำกัด อัดเสียงก็อัดกันในห้องนอนนี่แหละ สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านรักแม่มากๆ นะครับ สุขสันต์วันแม่สำหรับคุณแม่ทุกคนครับ ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่ คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียง: เมธาเกรียงปริญญากิจ เมื่อครั้งฉันยังเป็นเด็ก ยังเล็กไร้เดียงสา ก็พบว่ามีคนหนึ่งคน อ่อนโยนเกินใครสัมผัส [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขออนุญาตเปิดตัวบล็อกตัวเองในวันก่อนวันแม่ปี 2009 ด้วยเพลงที่ผมแต่งไว้เมื่อ 7 ปีที่แล้วนะครับ ชื่อว่า &#8220;ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่&#8221; เป็นการให้เกียรติคุณแม่ของผมเองไปด้วยเลย</p>
<p>เพลงนี้แต่งขึ้นสมัยที่ผมยังเป็น Worship/Media Director ของคริสตจักรใจสมาน (โบสถ์ที่อยู่ตรงสถานีรถไฟฟ้านานาน่ะแหละครับ) ตอนนั้นอยากจะได้เพลงใหม่อีกซักเพลงนึงสำหรับรายการพิเศษวันแม่นอกเหนือจากเพลง &#8220;ค่าน้ำนม&#8221; และ &#8220;อิ่มอุ่น&#8221; ที่ร้องกันมาตั้งแต่เด็ก<span id="more-1"></span></p>
<p>ตอนที่ลงมือเขียนเพลงนี้ ประโยคพร้อมทำนองที่ว่า &#8220;แต่ฉันไม่ลืมผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นคนสำคัญ&#8230;ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่&#8221; เป็นไอเดียแรกที่เข้ามาในหัว เป็นประโยคง่ายๆ ธรรมดาๆ แต่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าลูกๆ ทุกคนคงจะพูดอย่างนี้กับแม่ของตัวเองแน่นอน</p>
<p>จริงๆ จะว่าไปแล้ว เพลงนี้สามารถออกมาเป็นรูปเป็นร่างให้ทุกท่านฟังได้ก็เพราะคุณแม่ผมเหมือนกัน เพราะว่าอุปกรณ์ในการทำเพลงทั้งหมดเป็นเงินที่คุณแม่สนับสนุนให้ (ตอนแรกบอกว่าขอยืม แต่ผ่านมาเจ็ดปี มีลูกแล้ว 2 คน ยังใช้คืนไม่ครบเลยครับ แหะๆๆ) คุณภาพในการอัดเสียงและการ mix อาจจะไม่ได้ดีมากนะครับสำหรับเพลงนี้ เพราะว่าเป็นยุคสมัยที่เริ่มต้นทำเพลงด้วยตัวเองจริงๆ อุปกรณ์อะไรต่างๆ ก็มีจำกัด อัดเสียงก็อัดกันในห้องนอนนี่แหละ</p>
<p>สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านรักแม่มากๆ นะครับ สุขสันต์วันแม่สำหรับคุณแม่ทุกคนครับ</p>
<p><strong>ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่</strong><br />
คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียง: เมธาเกรียงปริญญากิจ</p>
<p>เมื่อครั้งฉันยังเป็นเด็ก ยังเล็กไร้เดียงสา<br />
ก็พบว่ามีคนหนึ่งคน<br />
อ่อนโยนเกินใครสัมผัส มอบรักที่มั่นคง<br />
และไม่เคยห่างไกล&#8230;</p>
<p>วันนี้ฉันเป็นผู้ใหญ่ ได้เจออะไรที่งดงาม<br />
ได้พบกับความสุขใจ<br />
แต่ฉันไม่ลืมผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นคนสำคัญ<br />
“ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่”</p>
<p><strong>Pre-Chorus</strong><br />
ผ่านคืนวัน ผ่านเดือนปี<br />
แม่ยังคอย เฝ้าเป็นห่วง<br />
จะเหนื่อยและท้อ แม่เป็นกำลัง<br />
หยัดยืนเคียงข้างฉันจนวันนี้</p>
<p><strong>Chorus</strong><br />
อยากขอบพระคุณคุณแม่ ที่เฝ้าดูแลมา<br />
อยากขอบพระคุณพระบิดา พระเจ้าผู้เมตตา<br />
ผู้ประทานคุณแม่มา ให้ชีวิตลูกมีความหมาย</p>
<p>วันนี้ฉันเป็นผู้ใหญ่ ได้เจออะไรมากมาย<br />
ได้พบพระเยซูคริสต์ [ได้พบกับความสุขใจ]<br />
แต่ฉันไม่ลืมผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นคนสำคัญ<br />
<strong> “ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่”</strong></p>
<h3><a href="http://www.gracezone.org/kingdom/mehtamorphosis/mother_song.zip" target="_blank">ดาวน์โหลด mp3 พร้อม Backing Track</a> (คลิกขวาแล้วเลือก Save As)</h3>
<p><a style="margin: 12px auto 6px auto; font-family: Helvetica,Arial,Sans-serif; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 14px; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal; -x-system-font: none; display: block; text-decoration: underline;" title="View ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่ on Scribd" href="http://www.scribd.com/doc/34973355/ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่">ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่</a> <object id="doc_698256983097561" style="outline: none;" classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="100%" height="500" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="name" value="doc_698256983097561" /><param name="data" value="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf" /><param name="wmode" value="opaque" /><param name="bgcolor" value="#ffffff" /><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="FlashVars" value="document_id=34973355&amp;access_key=key-20e6htcbdcho9io9y1uy&amp;page=1&amp;viewMode=list" /><param name="src" value="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><param name="flashvars" value="document_id=34973355&amp;access_key=key-20e6htcbdcho9io9y1uy&amp;page=1&amp;viewMode=list" /><embed id="doc_698256983097561" style="outline: none;" type="application/x-shockwave-flash" width="100%" height="500" src="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf" flashvars="document_id=34973355&amp;access_key=key-20e6htcbdcho9io9y1uy&amp;page=1&amp;viewMode=list" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" bgcolor="#ffffff" wmode="opaque" data="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf" name="doc_698256983097561"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2009/08/mother-song/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
