Share“Kiss me” จูบป๊าหน่อย เป็นหนึ่งในคำพูดไม่กี่คำสุดท้ายที่ได้ยินป๊ากระซิบกับผมซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กก่อนที่จะออกจากบ้านไปทำงานเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว… ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ภาพของป๊าคือชายเข้มแข็งสไตล์คนจีน พูดจาเสียงดัง ชอบเอาชนะ ชอบติ ชอบเถียง น้อยครั้งมากที่ป๊าจะเอ่ยปากชมอะไรลูก ยิ่งเรื่องของการแสดงความรักด้วยการสัมผัสการกอดนั้นยิ่งเป็นของหายาก… แต่ในอีกด้านหนึ่ง ป๊าเป็นคนที่มีความอ่อนโยนไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะเวลาที่ป๊าเล่นกับน้องแทธหลานชายคนโปรด แม้ในตอนที่ป๊ามีอาการกระตุก ป๊าก็ยังพยายามจะจับหนังสือนิทานเพื่อเล่าและร้องเพลงโปรดให้หลานฟังทั้งๆที่ตัวเองแทบจะไม่มีแรงพูด ผมก้มตัวลงไปจูบที่หน้าผากป๊าเบาๆ ตามที่ป๊าขอ ป๊าส่งสายตามาและยิ้มให้ด้วยมุมปาก เป็นยิ้มที่ผมจะไม่มีวันลืมไปจากชีวิต ยิ้มที่อบอุ่น ยิ้มที่แสดงถึงความภูมิใจในตัวลูกชายของป๊า ยิ้มที่เหมือนกับจะบอกว่า “ป๊าฝากอาม่ากับหม่าม้าไว้ให้ลูกดูแลนะ ป๊ารู้ว่าลูกรับผิดชอบได้”
Shareผมมีเพื่อนหลายคนเป็นนักเขียน บางคนเป็นนักเขียนอาชีพเขียน หนังสือขายดีติดอันดับ บางคนเป็นคอลัมนิสต์ให้นิตยสารชื่อดัง บางคนเป็นบล็อกเกอร์มีคนคลิกเข้ามาอ่านวันละหลายร้อย บางคนถ่อมตัวว่าเขียนไม่เก่ง แต่เปิดบล็อกเล็กๆ ส่วนตัวที่สำนวนโหดมันส์ฮาและอ่านสนุกกว่าหนังสือหลายๆ เล่มที่ผมเคยเสียเงินซื้อ เพื่อนและพี่ๆ อีกส่วนนึงเป็นคนเขียนเพลงชื่อดังที่ถ้าพูดชื่อไป หลายๆ คนคงจะรู้จักและคุ้นเคยกับผลงานกันดี… แต่ตั้งแต่จำความได้ ผมไม่เคยชอบการเขียนอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเรียงความ ร้อยแก้ว ร้อยกรอง กลอนวันแม่ วันพ่อ วันตรุษจีน บันทึกส่วนตัว จดหมายจีบสาว การ์ดอวยพร รวมทั้งไดอารี่ที่เคยพยายามตั้งใจจะเขียนให้ต่อเนื่องเพื่อทำลายสถิติทุกวันขึ้นปีใหม่ ก็ไม่เคยเขียนได้เกิน 2 อาิทิตย์ ยิ่งต่อมาในยุคอินเตอร์เน็ตครองโลก เห็นเพื่อนๆ แห่กันไปเขียน ไดอารี่ออนไลน์ (เป็นคำจำกัดความของบล็อกในยุคแรกๆ) ทยอยเปิดและทยอยปิดบล็อกกัน ผมก็ไม่เคยจะสนใจ ทำตัวเหมือนกับว่าผมไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้แน่ๆ

me[h]t·a·mor·pho·sis (mĕt'ə-môr'fə-sĭs) = A 'supernatural' transformation | A marked change in appearance, character, condition, or function. (2 Corinthians 5:17-18)