<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>mehtamorphosis.tv &#187; Music</title>
	<atom:link href="http://mehtamorphosis.tv/category/music/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://mehtamorphosis.tv</link>
	<description>life-music-everything...</description>
	<lastBuildDate>Thu, 10 Nov 2011 08:10:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>คอย &#8211; Coupe</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/08/koy-coupe/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=koy-coupe</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/08/koy-coupe/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2010 05:44:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Coupe]]></category>
		<category><![CDATA[Love Is]]></category>
		<category><![CDATA[คอย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=301</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;เนิ่นนานเท่าไหร่ยังรอ&#8230;​เน่ินนานไม่เคยเหนื่อยล้า&#8230;. เนิ่นนานเท่าไหร่ ยิ่งนานเท่าไหร่ ที่ว่างในใจดวงนี้ยังมีให้เธออยู่&#8230;&#8221; ย้อนกลับไปปี 2005 อาจจะพอได้ยินเพลงนี้คุ้นๆ หูอยู่บ้าง จากนักดนตรี 2 คนกับชื่อวงที่ชื่อไม่คุ้นเคยที่ชื่อว่า &#8220;Coupe&#8221; ซึ่งมาร่วมเป็นศิลปินน้องใหม่ในอัลบั้ม Love is Vol.1 ภายใต้สังกัด Love Is ของพี่บอยด์ โกสิยพงษ์ เจ้าเก่า ซึ่งศิลปินหน้าใหม่ในชุดนี้แต่ละคนก็ได้มีผลงานที่ตามมาโด่งดังกันมากมายในปัจจุบันครับ ทั้ง แชมป์, ลิปตา, 7th Scene วง Coupe ประกอบด้วยศิลปิน 2 คน คือ เมธา เกรียงปริญญากิจ (โป๋ &#8211; ผมเองนั่นแหละ) และ วุฒิ วงศ์สรรเสริญ ซึ่งตอนหลังได้มาเป็นส่วนหนึ่งของ Rhythm &#38; Boyd 11th และ The Begins ในปัจจุบัน หลายคนอาจจะสงสัยกับที่มาที่ไปของวงนี้ ว่ามาได้อย่างไร และหายไปไหน ทำไปเวลาผ่านไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/10/Coupe.jpg"><img class="size-full wp-image-302 alignleft" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="Coupe" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/10/Coupe.jpg" alt="" width="120" /></a>&#8220;เนิ่นนานเท่าไหร่ยังรอ&#8230;​เน่ินนานไม่เคยเหนื่อยล้า&#8230;. เนิ่นนานเท่าไหร่ ยิ่งนานเท่าไหร่ ที่ว่างในใจดวงนี้ยังมีให้เธออยู่&#8230;&#8221;</strong></p>
<p>ย้อนกลับไปปี 2005 อาจจะพอได้ยินเพลงนี้คุ้นๆ หูอยู่บ้าง จากนักดนตรี 2 คนกับชื่อวงที่ชื่อไม่คุ้นเคยที่ชื่อว่า <strong>&#8220;Coupe&#8221; </strong>ซึ่งมาร่วมเป็นศิลปินน้องใหม่ในอัลบั้ม Love is Vol.1 ภายใต้สังกัด Love Is ของพี่บอยด์ โกสิยพงษ์ เจ้าเก่า ซึ่งศิลปินหน้าใหม่ในชุดนี้แต่ละคนก็ได้มีผลงานที่ตามมาโด่งดังกันมากมายในปัจจุบันครับ ทั้ง แชมป์, ลิปตา, 7th Scene</p>
<p>วง Coupe ประกอบด้วยศิลปิน 2 คน คือ เมธา เกรียงปริญญากิจ (โป๋ &#8211; ผมเองนั่นแหละ) และ วุฒิ วงศ์สรรเสริญ ซึ่งตอนหลังได้มาเป็นส่วนหนึ่งของ Rhythm &amp; Boyd 11th และ The Begins ในปัจจุบัน</p>
<p>หลายคนอาจจะสงสัยกับที่มาที่ไปของวงนี้ ว่ามาได้อย่างไร และหายไปไหน ทำไปเวลาผ่านไป 5 ปี ถึงมีเพลงมาให้ฟังแค่เพลงเดียวแค่นั้น<span id="more-301"></span></p>
<p>วง Coupe จริงๆ ตอนแรกไม่ได้เริ่มต้นมาเป็นวงหรอกครับ เหตุการณ์ทั้งหมด เกิดจากที่ผมเองในช่วงนั้นได้มีโอกาสเข้าไปร่วมงานในโปรเจ็คท์<a href="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/08/9759535_f8c4383ed7.jpg"><img class="size-full wp-image-309 alignright" title="9759535_f8c4383ed7" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2010/08/9759535_f8c4383ed7.jpg" alt="" width="130" /></a>เล็กๆ กับพี่บอยด์ และพี่บอยด์เองก็กำลังมองหาศิลปินหน้าใหม่เข้าสังกัดอยู่ พี่บอยด์อาจจะเห็นแววอะไรซักอย่างซึ่งผมไม่เห็น เลยขอให้ผมเปิดเพลงเก่าๆ ที่เคยแต่งไว้ให้ฟัง ปรากฎว่าพี่บอยด์ไปสะดุดอยู่กับเพลงๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นเพลงที่ผมเคยแต่งและร้องให้กับแฟนตอนที่จีบกันใหม่ๆ (ตอนนี้เป็นภรรยา ลูก 2 เรียบร้อย) พี่บอยด์แนะนำว่าให้เอาเพลงไปแก้เนื้อใหม่ก็ใช้ได้ แล้วพี่บอยด์จะเอาเพลงนี้มาลงในอัลบั้มส่วนของศิลปินน้องใหม่เลย โดยมีเวลาให้แก้เนื้อพร้อมกับบันทึกเสียงใหม่ประมาณ 4 วัน (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ)</p>
<p>ถ้าใครเป็นนักแต่งเพลงก็จะรู้ว่าการแก้เพลงเก่าที่เราฟังติดหูมาเรียบร้อยเนี่ย มันช่างยากเย็นเสียยิ่งกว่าการเขียนเพลงใหม่เสียอีก หลังจากเวลาผ่านไป 1 วันเต็มๆ กับการแก้เนื้อเพลงเก่า ผมก็ตัดสินใจว่าจะลองแต่งเพลงใหม่ดูเล่นๆ เผื่อจะได้ล้างหูเสียบ้าง</p>
<p>หลังจากลองนั่งเล่นเปียโนอยู่สักพัก ก็มีทำนองและประโยคนี้เข้ามาในหัว <em>&#8220;เนิ่นนานเท่าไหร่ยังรอ เนิ่นนานไม่เคยเหนื่อยล้า&#8221;</em> ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะให้เพลงนี้เล่าเรื่องอะไร แต่ที่แน่ๆ คืออยากจะให้เป็นเพลงรักที่มากกว่าเพลงรักทั่วไป เอ&#8230;​เมื่อพูดถึงความรัก มีความรักอะไรบ้าง รักแฟน, รักเพื่อน, รักแมว, รักเมีย,​ รักพ่อ อืม&#8230;​ถ้ากลับกันว่าเป็นรักของพ่อที่มีต่อเราล่ะ? ผมนึกถึงพ่อคนหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องราวที่อยู่พระคัมภีร์ Bible ในเรื่องที่มีชื่อว่า <strong>&#8220;บุตรน้อยหลงหาย&#8221;</strong></p>
<p>สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับเรื่องราวใน Bible ผมขออนุญาตคัดลอกมาให้อ่านสักเล็กน้อยละกันนะครับ</p>
<blockquote><p>พระเยซูตรัสว่า &#8220;ชายคนหนึ่งมีบุตรชายสองคน บุตรคนน้อยพูดกับบิดาว่า `บิดาเจ้าข้า ขอทรัพย์ที่ตกเป็นส่วนของข้าพเจ้าเถิด&#8217; บิดาจึงแบ่งสมบัติให้แก่บุตรทั้งสอง ต่อมาไม่กี่วัน บุตรคนน้อยนั้นก็รวบรวมทรัพย์ทั้งหมดแล้วไปเมืองไกล และได้ผลาญทรัพย์ของตนที่นั่นด้วยการเป็นนักเลง เมื่อใช้ทรัพย์หมดแล้วก็เกิดกันดารอาหารยิ่งนักทั่วเมืองนั้น เขาจึงเริ่มขัดสน เขาไปอาศัยอยู่กับชาวเมืองนั้นคนหนึ่ง และคนนั้นก็ใช้เขาไปเลี้ยงหมูที่ทุ่งนา เขาใคร่จะได้อิ่มท้องด้วยฝักถั่วที่หมูกินนั้น แต่ไม่มีใครให้อะไรเขากิน เมื่อเขารู้สำนึกตัวแล้วจึงพูดว่า `ลูกจ้างของบิดาเรามีมาก ยังมีอาหารกินอิ่มและเหลืออีก ส่วนเราจะมาตายเสียเพราะอดอาหาร จำเราจะลุกขึ้นไปหาบิดาเรา และพูดกับท่านว่า &#8220;บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้ทำผิดต่อสวรรค์และทำผิดต่อหน้าท่านด้วย ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านต่อไป ขอท่านให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนลูกจ้างของท่านคนหนึ่งเถิด&#8221;&#8216; แล้วเขาก็ลุกขึ้นไปหาบิดาของตน แต่เมื่อเขายังอยู่แต่ไกล บิดาแลเห็นเขาก็มีความเมตตา จึงวิ่งออกไปกอดคอจุบเขา ฝ่ายบุตรนั้นจึงกล่าวแก่บิดาว่า `บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้ทำผิดต่อสวรรค์และต่อสายตาของท่านด้วย ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านอีกต่อไป&#8217; แต่บิดาสั่งผู้รับใช้ของตนว่า `จงรีบไปเอาเสื้ออย่างดีที่สุดมาสวมให้เขา และเอาแหวนมาสวมนิ้วมือ กับเอารองเท้ามาสวมให้เขา จงเอาลูกวัวอ้วนพีมาฆ่าเลี้ยงกัน เพื่อความรื่นเริงยินดีเถิด <strong>เพราะว่าลูกของเราคนนี้ตายแล้ว แต่กลับเป็นอีก หายไปแล้ว แต่ได้พบกันอีก</strong>&#8216;<strong> </strong>เขาทั้งหลายต่างก็เริ่มมีความรื่นเริงยินดี (ลูกา 15:11-24)</p></blockquote>
<p>เรื่องราวนี้เองจึงกลายเป็นเนื้อหาของบทเพลง &#8220;คอย&#8221; ที่อยู่ในอัลบั้ม Love Is Vol.1 เป็นบทเพลงที่พูดถึงหัวใจของพ่อที่มีต่อลูกของเขา หัวใจที่ยังรอคอยและมีความหวังอยู่เสมอ</p>
<p>หลังจากที่ได้เอาเพลงนี้ให้พี่บอยด์ฟัง และได้รับปรับแก้และรับการอนุมัติอย่างรวดเร็ว ทีนี้จะเอาใครมาร้องดีเนี่ย? ผมเองไม่ใช่คนที่ร้องเพลงเก่งขนาดนั้น เกรงว่าถ้าร้องเองอาจจะมีผลให้ยอดขายอัลบั้มนี้ตกซะมากกว่า! ก็เลยนึกถึงน้องคนหนึ่งที่ได้รู้จักกันมาไม่นาน ได้มีโอกาสเล่นดนตรีร่วมกันในงานคริสเตียนมาเล็กน้อย และผมก็ชอบเสียงร้องของเขามากๆ ก็คือวุฒิ วงศ์สรรเสริญ นั่นเอง ผมตัดสินใจโทรหาวุฒิ ทันทีหลังจากที่เดินออกจากบ้านของพี่บอยด์ และในเวลาเพียงแค่ 3 &#8211; 4 ชั่วโมงหลังจากนั้น เพลงนี้ก็ได้รับการบันทึกเสียง ใน Bedroom Studio เล็กๆ ที่บ้านของผมเอง</p>
<p>ในวันที่เราเอางานไปให้พี่บอยด์ฟังเป็นรอบสุดท้าย พี่บอยด์ก็ถามว่า แล้วจะใช้ชื่อวงว่าอะไรดี? &#8230;.​ไม่มีคำตอบจากพวกเรา&#8230;. แต่เราเห็นพี่บอยด์คิดอะไรเล็กน้อยอยู่ประมาณ 15 วินาที พี่บอยด์ก็บอกว่า &#8220;COUPE&#8221; (อ่านว่า คู้ป) ละกัน &#8220;นาย 2 คน ชื่อวง Coupe นะ เหมือนกับรถที่มี 2 ประตูนั่นแหละ!&#8221;</p>
<h3>คอย -Coupe</h3>
<p><strong>คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียง :</strong> เมธา เกรียงปริญญากิจ<br />
<strong>ร้องนำ :</strong> วุฒิ วงศ์สรรเสริญ</p>
<p>คิดถึงวันคืน ที่เคยฝัน คิดถึงที่เคยผูกพัน<br />
คิดถึงเวลาที่เธอและฉันอยู่ใกล้<br />
คิดถึงเมื่อวันที่จาก ที่ร้างเธอไปแสนไกล<br />
คิดถึงทีไร อยากให้วันคืนหวนมา</p>
<p>เฝ้าคิดถึงเธออยู่ตรงนี้ ในที่ๆเราห่างไกล<br />
เฝ้าคิด รอคอยว่าวันไหนจะเจอ<br />
ถึงแม้เวลาจะเปลี่ยน ชีวิตดำเนินหมุนเวียน<br />
แต่ฉันยังรออยู่ เฝ้าคอยเธอเสมอ</p>
<p>เนิ่นนานเท่าไหร่ยังรอ เนิ่นนานไม่เคยเหนื่อยล้า<br />
เนิ่นนานเท่าไหร่ ยิ่งนานเท่าไหร่<br />
ที่ว่างในใจดวงนี้ยังมีให้เธออยู่</p>
<p>คอยเธอจะหวนกลับมา หัวใจยังคอยทุกเวลา<br />
เนิ่นนานเท่าไหร่ ฉันคอยเธออยู่ มาคู่กัน</p>
<p><strong>วีดีโอคลิป จากงานเปิดตัวอัลบั้ม Love Is Vol.1 ที่ B2S เซ็นทรัลชิดลม (สมัยวุฒิยังผอม)</strong><br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/cfKTQRVXDZQ?fs=1&amp;hl=en_US" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/cfKTQRVXDZQ?fs=1&amp;hl=en_US" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>แล้ววง Coupe หายไปไหน ไม่ได้หายไปไหนครับ เราพยายามช่วยกันแต่งเพลงทำเพลงกันอยู่ระยะหนึี่ง เพื่อที่จะออกอัลบั้มเป็นเรื่องเป็นราว แต่ด้วยภาระหน้าที่และชีวิตที่เปลี่ยนไปของผม ทำให้มีเวลาน้อยลงเรื่อยๆ กับการทำเพลง รวมถึงวุฒิเองก็ได้มีโอกาสไปรวมกลุ่มเป็นหนึี่งในศิลปิน Rhythm &amp; Boyd 11th ด้วย ทำให้เราเหมือนกับว่าพักโครงการอัลบั้มของ Coupe ไปอย่างไม่เป็นทางการ</p>
<p>แต่ถ้าถามว่า ยังอยากจะมีอัลบั้มของตัวเองในชื่อของวง Coupe อีกไหม? นั่นเป็นสิ่งที่ยังคงอยู่ในใจเสมอ และอยากจะเห็นมันเกิดขึ้นในชีวิตนี้เหมือนกันครับ ทุกวันนี้เจอหน้ากันกับวุฒิ ก็ยังแซวกันเองอยู่บ่อยๆ ว่าเมื่อไหร่จะกลับมาทำเพลงเล่นดนตรีด้วยกันอีก</p>
<p><strong>เอาเป็นว่าถ้าใครชอบเพลง&#8221;คอย&#8221; และอยากจะได้ยินผลงานจากเราทั้ง 2 คนวง Coupe อีก ก็มาช่วยกันเขียนคอมเม้นท์กระตุ้นพวกเราไว้ตรงนี้หน่อยเถอะ เผื่อว่าคุณอาจจะได้ยินเพลงอะไรใหม่ๆ จากเราเร็วๆ นี้ก็ได้</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/08/koy-coupe/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;สวัสดีไชโย&#8221; งานสำหรับ orchestra ชิ้นแรก</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/07/sawasdee-chaiyo/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=sawasdee-chaiyo</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/07/sawasdee-chaiyo/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Jul 2010 17:16:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Orchestration]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=226</guid>
		<description><![CDATA[นักเรียนดนตรีที่เรียนด้าน composition สายคลาสสิคทุกคนจะต้องเจอวิชาบังคับวิชาหนึ่งที่ชื่อว่า &#8220;Orchestration&#8221; ซึ่งถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวง orchestra นั่นเอง วิชานี้เป็นวิชาที่จำเป็นมาก แต่ต้องอาศัยจินตนาการสูงส่ง เพราะว่าทุกอย่างที่เราเขียนและฝึกไปในห้องเรียนตามทฤษฎีนั้น เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสุดท้ายแล้วมันจะฟังออกมาเป็นยังไง จนกว่าจะได้มีโอกาสเอาไปยื่นให้วง orchestra จริงๆ ขนาดซัก 50  คนเล่นให้เราฟังเท่านั้น ซึ่งสำหรับสมัย 13 ปีที่แล้วนับว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นความฝันสำหรับนักเรียนดนตรีบ้านเราก็ว่าได้ (จริงๆ สมัยนี้ก็ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่ แต่ว่ามี software เยอะแยะที่สามารถจะสร้างเสียงเลียนแบบวง orchestra ได้เหมือนมากๆ จนสามารถใช้เป็นเครื่องมือการเรียนได้เลย) ผมเองก็ผ่านวิชานี้มาอย่างงงๆ พอสมควร ตัวอาจารย์เองก็ดูจะไม่ค่อยได้จริงจังกับการสอนวิชานี้มาก แถมตอนวันเปิดคอร์สยังพูดแกมประชดอีกด้วยว่า &#8220;วิชานี้น่ะ เรียนไปก็คงมีไม่กี่คนที่จะได้เอาไปใช้&#8221; หารู้ไม่ว่าวันหนึ่งเมื่อผมมีโอกาสได้ใช้วิชานี้ครั้งแรกในชีวิตจริง มันจะเป็นงานระดับโลกอย่างนี้!!! วันหนึ่งในปี 1998 พี่แจ็ค (อภิสิทธิ์ วงโชติ) ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นพี่อัจฉริยะแห่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ และปัจจุบันเป็นผู้คร่ำหวอดอยู่เบื้องหลังงานเพลงดีๆ มากมาย ได้โทรมาหาผมพร้อมกับส่งต่องานชิ้นหนึ่งให้ ซึ่งก็คืองานเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลงๆ หนึ่งสำหรับการแสดงในพิธิเปิดกีฬา Asian Games นั่นเอง เนื่องจากพี่แจ็คเองเป็นผู้ที่รับงานนี้เอาไว้ก่อน แต่ขณะนั้นมีเหตุจะต้องเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกา ผมไม่แน่ใจว่าพี่แจ็คคิดอะไรไว้ถึงเลือกผมทั้งๆ ที่มีเพื่อนและรุ่นพี่ที่เก่งๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="chaiyo" src="http://cimg21.163.com/sports/2008/4/27/200804271737091fed9.gif" alt="" width="126" height="168" />นักเรียนดนตรีที่เรียนด้าน composition สายคลาสสิคทุกคนจะต้องเจอวิชาบังคับวิชาหนึ่งที่ชื่อว่า &#8220;Orchestration&#8221; ซึ่งถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวง orchestra นั่นเอง วิชานี้เป็นวิชาที่จำเป็นมาก แต่ต้องอาศัยจินตนาการสูงส่ง เพราะว่าทุกอย่างที่เราเขียนและฝึกไปในห้องเรียนตามทฤษฎีนั้น เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสุดท้ายแล้วมันจะฟังออกมาเป็นยังไง จนกว่าจะได้มีโอกาสเอาไปยื่นให้วง orchestra จริงๆ ขนาดซัก 50  คนเล่นให้เราฟังเท่านั้น ซึ่งสำหรับสมัย 13 ปีที่แล้วนับว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นความฝันสำหรับนักเรียนดนตรีบ้านเราก็ว่าได้ (จริงๆ สมัยนี้ก็ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่ แต่ว่ามี software เยอะแยะที่สามารถจะสร้างเสียงเลียนแบบวง orchestra ได้เหมือนมากๆ จนสามารถใช้เป็นเครื่องมือการเรียนได้เลย)</p>
<p>ผมเองก็ผ่านวิชานี้มาอย่างงงๆ พอสมควร ตัวอาจารย์เองก็ดูจะไม่ค่อยได้จริงจังกับการสอนวิชานี้มาก แถมตอนวันเปิดคอร์สยังพูดแกมประชดอีกด้วยว่า <em>&#8220;วิชานี้น่ะ เรียนไปก็คงมีไม่กี่คนที่จะได้เอาไปใช้&#8221;</em></p>
<p><strong>หารู้ไม่ว่าวันหนึ่งเมื่อผมมีโอกาสได้ใช้วิชานี้ครั้งแรกในชีวิตจริง มันจะเป็นงานระดับโลกอย่างนี้!!!<span id="more-226"></span></strong></p>
<p>วันหนึ่งในปี 1998 พี่แจ็ค (อภิสิทธิ์ วงโชติ) ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นพี่อัจฉริยะแห่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ และปัจจุบันเป็นผู้คร่ำหวอดอยู่เบื้องหลังงานเพลงดีๆ มากมาย ได้โทรมาหาผมพร้อมกับส่งต่องานชิ้นหนึ่งให้ ซึ่งก็คืองานเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลงๆ หนึ่งสำหรับการแสดงในพิธิเปิดกีฬา Asian Games นั่นเอง เนื่องจากพี่แจ็คเองเป็นผู้ที่รับงานนี้เอาไว้ก่อน แต่ขณะนั้นมีเหตุจะต้องเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกา ผมไม่แน่ใจว่าพี่แจ็คคิดอะไรไว้ถึงเลือกผมทั้งๆ ที่มีเพื่อนและรุ่นพี่ที่เก่งๆ คนอื่นๆ อีกมากมาย แต่ด้วยความร้อนวิชาและอยากลองของของเด็กปี 4 ทำให้รับปากว่าจะลองทำดู ทั้งๆ ที่มีโปรเจ็คท์ใหญ่ ซึ่งเป็นเพลงของตัวเองที่จะต้องทำเพื่อเรียนให้จบค้างคาอยู่ (อันที่จริงยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ)</p>
<p>งานนี้ทำให้ผมได้ร่วมงานกับศิลปินดังๆ มากมายหลายคน ผมต้องทำดนตรีคู่กับพี่ จิรพรรณ อังศวานนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักดนตรีแถวหน้าของประเทศไทย โดยพี่จิ ได้แต่งและเรียบเรียงดนตรีเพลง &#8220;สว้สดีไชโย&#8221; นี้ไว้แล้วอย่าง&#8221;คร่าวๆ&#8221; เป็น MIDI บนคอมพิวเตอร์ หน้าที่ของผมคือการแต่งเติมสีสันและรายละเอียดของเพลงนี้ให้ยิ่งใหญ่อลังการพร้อมกับพิมพ์โน้ตสำหรับวง orchestra ขนาดใหญ่และคณะนักร้องประสานเสียงหลายร้อยชีวิต ซึ่งหลังจากเสร็จแล้วก็ต้องส่งต่อให้กับอ.ดนู ฮันตระกูล ซึ่งจะเป็น conductor หลักของงาน Asian Games นี้ตรวจสอบและซักซ้อมกันอีกทีก่อนที่จะมีการซ้อมจริงกับวง Bangkok Symphony Orchestra และบันทึกเสียงเพื่อใช้ในการซ้อมและการแสดง</p>
<p>แน่นอนว่างานนี้ทำให้ผมเครียดอยู่เป็นเวลาระยะหนึ่ง โดยเฉพาะการทำงานใหญ่ขนาดนี้บนคอมพิวเตอร์ PC รุ่น 386 ซึ่งนับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในยุคนั้น จำได้ว่าเวลาสั่ง print โน้ตชุดหนึ่ง กว่าจะเริ่ม print แผ่นแรกนั้น ผมสามารถไปเข้าห้องน้ำและกินข้าวได้ 1 จานสบายๆ</p>
<p>และความรู้สึกที่ลุ้นที่สุดก็คือ วันที่จะได้ยินเพลงนี้บรรเลงออกมาด้วยวง orchestra ขนาดใหญ่ของจริงในการซ้อมครั้งแรกนั่นเอง ซึ่งผลที่ออกมาก็ดีกว่าที่คิดไว้ แต่ก็มีจุดที่ตัวเองยังไม่พอใจหลายอย่าง ยังดีที่มีอ.ดนู เข้ามาช่วยชี้แนะ จนทำให้การแก้งานในรอบต่อมาฟังออกมาดูดีขึ้นเรื่อยๆ และออกมาเป็นงานที่น่าพอใจและภูมิใจเป็นอย่างมากอีกชิ้นหนึ่ง</p>
<p>ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน ถึงเพลงนี้จะไม่ใช่เป็นเพลงที่ผมแต่งเอง หรืออาจจะไม่ใช่เพลงที่ดีที่สุด แต่ภาพและเสียงในชั่วขณะที่ได้เห็นนักดนตรีและนักร้องรวมๆ กันหลายร้อยชีวิต บรรเลงตัวโน้ตต่างๆ ที่สอดประสานออกมาจากความคิดของเรา และกลายเป็นเสียงที่ไพเราะยิ่งใหญ่อลังการ ในวันที่บันทึกเสียงเพลงนี้ตอน take สุดท้ายที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยนั้น คงเป็นทั้งภาพและเสียงและความรู้สึกที่ผมคงจะเก็บไว้ในความทรงจำตลอดไปเป็นแน่&#8230;  นี่สินะคือสเน่ห์ที่ทำให้มีคนบางคนถึงรักการเขียนเพลงให้กับวง Orchestra อย่างไม่รู้จักเบื่อ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/88PA2Haq10E&amp;hl=en_US&amp;fs=1?color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/88PA2Haq10E&amp;hl=en_US&amp;fs=1?color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/07/sawasdee-chaiyo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แต่งเพลงให้กับ Marching Band</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/marching-band-show-piece/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=marching-band-show-piece</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/marching-band-show-piece/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 16:48:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Composition]]></category>
		<category><![CDATA[Marching Band]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=206</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าลองไปคุยดูกับนักดนตรีอาชีพหลายๆ คนในบ้านเรา ทั้งคนในเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จะพบว่าประสบการณ์การเล่นดนตรีครั้งแรกในชีวิตของหลายๆ ท่านก็คือการเล่นอะไรซักอย่างนึงในวง Marching Band นี่แหละ ซึ่งสมัยโบราณบ้านเราจะเรียกว่า &#8220;วงดุริยางค์&#8221; รุ่นต่อมาก็เริ่มเรียกว่า &#8220;วงโยธวาทิต&#8221; จนมาเรื่อยๆ ปัจจุบัน ก็เริ่มจะเรียกตามฝรั่งกันไปว่า &#8220;Drum Corps&#8221; บ้าง &#8220;Brass Band&#8221; บ้าง แต่สุดท้ายแล้ว มันก็หมายความรวมๆ ถึงวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องเป่าและเครื่องตีเป็นหลัก ที่เหมาะสำหรับการบรรเลงกลางแจ้งนั่นเอง ส่วนจะเป็นการนั่งหรือยืนบรรเลงอยู่กับที่ หรือว่าจะมีการแปรขบวนไปด้วยก็แล้วแต่โอกาสต่างๆ กัน แต่ก็นับว่าเป็นการแสดงที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนดูได้เสมอมา สำหรับในเมืองไทยเรา วงดนตรีประเภทนี้ก็เริ่มที่จะมีชื่อเสียงมาตั้งแต่เมื่อซัก 30 &#8211; 40 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งที่วงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลแต่งชุดลูกเสือไปประกวดถึงประเทศเนเธอร์แลนด์และคว้ารางวัลกลับมาให้ชาวไทยได้ฮือฮากัน และโรงเรียนนี้แหละที่เป็นสถาบันที่เริ่มต้นชีวิตนักดนตรีให้กับตัวผมเอง แต่การที่เคยเล่นดนตรีอยู่ในวง Marching Band มาหลายปีนั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก เมื่อในปี 2006 (หลังจาก 10 ปีที่ไม่ได้คลุกคลีกับวงการนี้เลย) ผมได้รับโจทย์แกมบังคับบีบคอจากรุ่นพี่่ที่สนิทกัน เพื่อให้เป็นผู้ประพันธ์เพลงให้กับวงโยธวาทิตโรงเรียนเทพมิตรศึกษา เข้าประกวดในการแข่งขันระดับชาติ ผมเองซึ่งไม่เคยแต่งเพลงลักษณะนี้เลย แต่โดยภาวะจำยอม รวมกับอาการคันอยากพิสูจน์ตัวเองเล็กน้อย ก็เลยรับปากไปอย่างงงๆ โจทย์ของเพลงชุดนี้คือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="cavalier" src="http://en.wikivisual.com/images/b/b8/Cavaliers_2004_dci_world_championships.jpg" alt="" width="191" height="176" />ถ้าลองไปคุยดูกับนักดนตรีอาชีพหลายๆ คนในบ้านเรา ทั้งคนในเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จะพบว่าประสบการณ์การเล่นดนตรีครั้งแรกในชีวิตของหลายๆ ท่านก็คือการเล่นอะไรซักอย่างนึงในวง Marching Band นี่แหละ ซึ่งสมัยโบราณบ้านเราจะเรียกว่า &#8220;วงดุริยางค์&#8221; รุ่นต่อมาก็เริ่มเรียกว่า &#8220;วงโยธวาทิต&#8221; จนมาเรื่อยๆ ปัจจุบัน ก็เริ่มจะเรียกตามฝรั่งกันไปว่า &#8220;Drum Corps&#8221; บ้าง &#8220;Brass Band&#8221; บ้าง แต่สุดท้ายแล้ว มันก็หมายความรวมๆ ถึงวงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องเป่าและเครื่องตีเป็นหลัก ที่เหมาะสำหรับการบรรเลงกลางแจ้งนั่นเอง ส่วนจะเป็นการนั่งหรือยืนบรรเลงอยู่กับที่ หรือว่าจะมีการแปรขบวนไปด้วยก็แล้วแต่โอกาสต่างๆ กัน แต่ก็นับว่าเป็นการแสดงที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนดูได้เสมอมา<span id="more-206"></span></p>
<p>สำหรับในเมืองไทยเรา วงดนตรีประเภทนี้ก็เริ่มที่จะมีชื่อเสียงมาตั้งแต่เมื่อซัก 30 &#8211; 40 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งที่วงดุริยางค์โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลแต่งชุดลูกเสือไปประกวดถึงประเทศเนเธอร์แลนด์และคว้ารางวัลกลับมาให้ชาวไทยได้ฮือฮากัน และโรงเรียนนี้แหละที่เป็นสถาบันที่เริ่มต้นชีวิตนักดนตรีให้กับตัวผมเอง</p>
<p>แต่การที่เคยเล่นดนตรีอยู่ในวง Marching Band มาหลายปีนั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก เมื่อในปี 2006 (หลังจาก 10 ปีที่ไม่ได้คลุกคลีกับวงการนี้เลย) ผมได้รับโจทย์แกมบังคับบีบคอจากรุ่นพี่่ที่สนิทกัน เพื่อให้เป็นผู้ประพันธ์เพลงให้กับวงโยธวาทิตโรงเรียนเทพมิตรศึกษา เข้าประกวดในการแข่งขันระดับชาติ ผมเองซึ่งไม่เคยแต่งเพลงลักษณะนี้เลย แต่โดยภาวะจำยอม รวมกับอาการคันอยากพิสูจน์ตัวเองเล็กน้อย ก็เลยรับปากไปอย่างงงๆ</p>
<p>โจทย์ของเพลงชุดนี้คือ <strong>&#8220;รถแข่ง Formula 1&#8243;</strong> การจะเอารถแข่งมาอยู่ในวงดนตรีนั้นจะทำยังไงดี? ดังนั้นกว่าผมจะเค้นแต่ละโน้ต แต่ละห้องเพลงออกมากับผลงานชิ้นแรกนี้ ยอมรับว่าไม่ง่ายเลย ผมใช้เวลาค่อนข้างเยอะมากกับผลงานชิ้นนี้ ซึ่งผลที่ออกมาก็นับว่าน่าพอใจระดับนึง ถึงแม้จะถูกบ่นว่ายากเกินไปสำหรับเด็กม.3 (ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะ) ทำให้เล่นออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ยังไงก็ตาม การประกวดครั้งนี้ก็ได้รับรางวัลกันไปอย่างน่าพอใจทีเดียวครับ</p>
<h3>Formula 1 &#8211; 2006</h3>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/1mtDNtIz_A8&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/1mtDNtIz_A8&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>และด้วยความสำเร็จในปี 2006 ของทีม ทำให้ผมถูกเรียกตัวไปแต่งเพลงอีกครั้งหนึ่งในปี 2007 สำหรับงานชิ้นที่ 2 ด้วยความคาดหวังที่สูงขึ้น โดยโจทย์ในรอบนี้คือ &#8220;X-Army!&#8221; (ซึ่งแม้กระทั่งป่านนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่ามันคือกองทัพอะไร) ซึ่งก็แน่นอนว่ายังใช้เวลาและความตั้งใจอย่างเต็มที่เหมือนเคย โดยรอบนี้พยายามจะทำให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม</p>
<h3>X-Army &#8211; 2007</h3>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/DnNOywVTNkw&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="385" src="http://www.youtube.com/v/DnNOywVTNkw&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object><br />
สุดท้ายแล้ว น้องๆ ก็เก่งกันมากที่สามารถคว้าแชมป์ในปีนั้นมาครองได้ พร้อมกับความโล่งใจของผู้แต่งเพลงที่แอบนั่งมองน้องๆ ประกวดอย่างเงียบๆ อยู่บนอัฒจรรย์ครับ <img src='http://mehtamorphosis.tv/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/06/marching-band-show-piece/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทสัมภาษณ์เกี่ยวกับดนตรีในนิตยสาร Bridge</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2010/05/bridge-magazine-interview/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=bridge-magazine-interview</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2010/05/bridge-magazine-interview/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 May 2010 15:31:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Influence]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=192</guid>
		<description><![CDATA[นั่งจัดระเบียบไฟล์เก่าๆ ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ ก็ไปพบไฟล์ๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นต้นฉบับของบทสัมภาษณ์ ที่ผมเคยเขียนให้กับนิตยสาร Bridge เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ในหัวข้อเกี่ยวกับอิทธิพลของดนตรี อ่านดูแล้วก็เข้าท่าดีเหมือนกัน ก็เลยอยากเอามาแชร์ไว้ที่นี่เป็นข้อมูลให้กับคนอื่นๆ ได้อ่านกันต่อไปครับ ======================================== Q: ดนตรีมีอิทธิพลอย่างไรกับคนเรา? A: เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น จะขอแยกคำที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ออกเป็นสองคำ คำแรก “ดนตรี” (music) ในการตอบคำถามของผมตรงนี้จะเจาะจงไปที่เสียงของดนตรีที่ไม่มีเนื้อร้องใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนอีกคำนึงคือคำว่า “เพลง” (song) ผมจะหมายถึงดนตรีที่มีเนื้อร้องควบคู่ไปด้วย เสียงที่เราได้ยินส่วนใหญ่เป็นเสียงที่เราเลือกที่จะฟัง หูของเราทำงาน 24 ชั่วโมงไม่เคยหยุดพัก แต่เคยสังเกตมั้ยว่าเราเลือกที่จะฟังอะไรบ้างในแต่ละวัน? และยิ่งไปกว่านั้นเราจำสิ่งที่เราฟังได้มากแค่ไหน? ส่วนใหญ่สิ่งที่เราจำได้จะเป็นสิ่งที่เราบอกตัวเองว่า “สิ่งที่ฉันได้ยินต่อไปนี้มีความสำคัญ จงตั้งใจฟังบันทึกสิ่งที่ไว้ในสมอง” เพราะฉะนั้นเราอาจจะพูดได้ว่า “สมอง” เป็นเหมือนกับตัวกรองสิ่งที่เราได้ยินในแต่ละวัน ปัญหาก็คือว่า สมองของเรามีความจำกัด เราสามารถจำได้แต่เพียงสิ่งที่เราเข้าใจ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าให้ผมไปนั่งฟังภาษารัสเซียสักสามวัน ผมก็ไม่มีทางจำอะไรได้เพราะสมองผมไม่สามารถเข้าใจภาษารัสเซีย แต่เสียงดนตรีไม่เป็นเช่นนั้น อย่างที่เรามักจะพูดกันว่า “ดนตรีเป็นภาษาสากล” เพราะว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้สมองในการซึมซับเสียงดนตรี แต่เสียงดนตรีต่างๆ นั้นสามารถวิ่งตรงเข้าไปสู่ส่วนที่เป็นอารมณ์, ความรู้สึก หรือจิตใต้สำนึกของคนเราได้โดยที่ไม่ต้องผ่านสมองเลยก็ได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นั่งจัดระเบียบไฟล์เก่าๆ ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ ก็ไปพบไฟล์ๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นต้นฉบับของบทสัมภาษณ์ ที่ผมเคยเขียนให้กับนิตยสาร Bridge เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ในหัวข้อเกี่ยวกับอิทธิพลของดนตรี อ่านดูแล้วก็เข้าท่าดีเหมือนกัน ก็เลยอยากเอามาแชร์ไว้ที่นี่เป็นข้อมูลให้กับคนอื่นๆ ได้อ่านกันต่อไปครับ<span id="more-192"></span></p>
<p>========================================</p>
<p><img class="alignleft" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="SOM" src="http://www.snr.ac.th/wita/music/sound-of-music-DVDcover.jpg" alt="" width="209" height="285" /><strong>Q: ดนตรีมีอิทธิพลอย่างไรกับคนเรา?</strong></p>
<p><strong>A: </strong>เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น จะขอแยกคำที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ออกเป็นสองคำ คำแรก “ดนตรี” (music) ในการตอบคำถามของผมตรงนี้จะเจาะจงไปที่เสียงของดนตรีที่ไม่มีเนื้อร้องใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนอีกคำนึงคือคำว่า “เพลง” (song) ผมจะหมายถึงดนตรีที่มีเนื้อร้องควบคู่ไปด้วย</p>
<p>เสียงที่เราได้ยินส่วนใหญ่เป็นเสียงที่เราเลือกที่จะฟัง หูของเราทำงาน 24 ชั่วโมงไม่เคยหยุดพัก แต่เคยสังเกตมั้ยว่าเราเลือกที่จะฟังอะไรบ้างในแต่ละวัน? และยิ่งไปกว่านั้นเราจำสิ่งที่เราฟังได้มากแค่ไหน?<br />
ส่วนใหญ่สิ่งที่เราจำได้จะเป็นสิ่งที่เราบอกตัวเองว่า “สิ่งที่ฉันได้ยินต่อไปนี้มีความสำคัญ จงตั้งใจฟังบันทึกสิ่งที่ไว้ในสมอง” เพราะฉะนั้นเราอาจจะพูดได้ว่า “สมอง” เป็นเหมือนกับตัวกรองสิ่งที่เราได้ยินในแต่ละวัน</p>
<p>ปัญหาก็คือว่า สมองของเรามีความจำกัด เราสามารถจำได้แต่เพียงสิ่งที่เราเข้าใจ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าให้ผมไปนั่งฟังภาษารัสเซียสักสามวัน ผมก็ไม่มีทางจำอะไรได้เพราะสมองผมไม่สามารถเข้าใจภาษารัสเซีย</p>
<p>แต่เสียงดนตรีไม่เป็นเช่นนั้น อย่างที่เรามักจะพูดกันว่า “ดนตรีเป็นภาษาสากล” เพราะว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้สมองในการซึมซับเสียงดนตรี แต่เสียงดนตรีต่างๆ นั้นสามารถวิ่งตรงเข้าไปสู่ส่วนที่เป็นอารมณ์, ความรู้สึก หรือจิตใต้สำนึกของคนเราได้โดยที่ไม่ต้องผ่านสมองเลยก็ได้ รอบๆ ตัวเราทุกวันเต็มไปด้วยเสียงดนตรีที่ถูกออกแบบมากเพื่อให้ส่งผลกับอารมณ์และพฤติกรรมของเราโดยที่เราแทบจะไม่รู้ตัว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมากๆ เช่นเวลาเราดูภาพยนตร์ มีกี่คนที่สนใจฟังเพลง soundtrack ที่อยู่ข้างในนั้น ความสนใจแทบทั้งหมดของคนดูนั้นอยู่กับแต่เนื้อเรื่อง บทสนทนา ภาพที่อยู่เบื้องหน้า แต่สิ่งที่ทำให้เรามีอารมณ์คล้อยตามมากที่สุดนั้นคือดนตรี! เสียงกลองทิมปานีที่ตีแผ่วๆ ช้าๆ ในฉากลึกลับทำให้เรารู้สึกว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น เสียงไวโอลินในฉากที่พระเอกนางเอกนั่งมองหน้ากันเฉยๆ แต่กลับทำให้เรามีความรู้สึกซาบซึ้งจนนำตาไหล นี่เป็นแค่ตัวอย่างเพียงเล็กน้อยมาก ถ้าเราสังเกตดีๆ จะเห็นว่ารอบตัวของเราเต็มไปด้วยเสียงดนตรีเหล่านี้</p>
<p>ส่วน “เพลง” นั้นก็มีอิทธิพลมากเช่นกัน เพราะว่าเป็นการผสมผสานอย่างคล้องจองของเนื้อความ หรือเนื้อร้อง ซึ่งเราต้องเข้าใจด้วยสมอง เข้าไปอย่างกลมกลืนกับ “ดนตรี” ที่มีผลกับอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ ทำให้สิ่งที่เราได้ยินนั้น เข้าไปสู่ท้งสมองและอารมณ์ในเวลาเดียวกัน ดนตรีสามารถทำให้ข้อความเนื้อร้องนั้นมีความน่าสนใจและติดหูได้มากขึ้น ทำให้คนที่ฟังเพลงรู้สึกคล้อยตามไปกับเนื้อหาของเพลงได้อย่างง่ายดาย และยิ่งถ้าผู้ฟังรู้สึกเห็นด้วยหรือมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่บทเพลงๆ นั้นสื่อออกมาอยู่แล้ว เพลงก็จะยิ่งมีอิทธิพลกับผู้ฟังมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>Q: ดนตรีแต่ละประเภท มีผลกับชีวิตมากน้อยแค่ไหน เช่นเพลงโมสาร์ท ทำให้เป็นอัจฉริยะ หรือเพลง dead music ฟังแล้วอยากฆ่าตัวตาย?</strong></p>
<p><strong> A: </strong>มีการวิจัยออกมากันมากมายอยู่แล้วในเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวผมมองว่ามันมีผลแน่นอนแต่อาจจะเป็นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เช่นฟังเพลง (ดนตรี) บางเพลงแล้วทำให้เป็นอัจฉริยะ ส่วนตัวผมคิดว่ามันคงจะไม่ใช่สูตรสำเร็จง่ายดายขนาดนั้น ไม่งั้นเด็กทุกคนที่เกิดมาตอนนี้คงเป็นอัจฉริยะหมดเพราะว่าพ่อแม่เปิดเพลงให้ลูกฟัง หรือเราอยากให้ใครทำอะไรซักอย่างก็แต่งเพลงขึ้นมาเพื่อสะกดจิตกันไปเลย</p>
<p>แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนคือสิ่งที่ผมได้ตอบไปในคำถามที่แล้ว “ดนตรีสามารถทำให้เราเกิดความรู้สึก ดนตรีส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมของผู้ฟัง” ดนตรีบางประเภทอาจทำให้ผู้ฟังมีสมาธิ และส่งผลให้การเชื่อมโยงของสมองเป็นระเบียบหรือฉลาดขึ้นได้ ขณะเดียวกันดนตรีหรือเพลงบางประเภทอาจจะทำให้คุณมีความรู้สึกยินดีหรือเศร้าหดหู่ก็ได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเพลงที่มีเนื้อร้องในลักษณะชี้นำให้คนคิดหรือทำอะไรสักอย่างที่ชัดเจนก็อาจจะมีพลังมากขึ้นถ้าคนที่ฟังเห็นด้วยกับเนื้อความในนั้น</p>
<p>ส่วนเรื่องที่ว่าจะมีผลมากน้อยแค่ไหนนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าผู้ฟังเป็นปัจจัยที่สำคัญกว่า ถ้าเราจะเอาดนตรีของโมสาร์ทไปเปิดให้กับคนที่ไม่ชอบเพลงคลาสสิคฟัง แทนที่จะทำให้ฉลาดขึ้น อาจจะกลายเป็นการสร้างความเครียดให้กับผู้ฟังไปแทนก็ได้ หรือเพลง dead music ถ้าให้ผมฟังผมก็คงจะไม่มีวันไปฆ่าตัวตาย เพราะผมไม่เคยเห็นด้วยกับเนื้อหาของเพลงแบบนั้น</p>
<p>สรุปแล้วผมคิดว่าดนตรีมีอิทธิพลต่อผู้ฟังในทางใดทางหนึ่งแน่นอนแต่ก็เป็นเพียงแค่ปัจจัยหนึ่งเท่านั้น คงไม่ใช่ทั้งหมด ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ดนตรีมีผลกับชีวิตมากน้อยนั้นยังมีอีกมากมายเช่น พื้นฐานหรือสภาวะทางอารมณ์, เพื่อน, ครอบครัว, ประสบการณ์ในชีวิต, หลักเกณฑ์ในการดำเนินชีวิต ฯลฯ</p>
<p><strong>Q: ฉะนั้นเราจำเป็นต้องเลือกฟังดนตรีไหม แบบไหน?</strong></p>
<p><strong>A:</strong> ผมเป็นคนที่ฟังดนตรีได้ทุกแนว แต่ผมเลือกที่จะชอบและหลงไหลในดนตรีแค่บางแนวเท่านั้น ดนตรีก็เหมือนกับเพื่อน คุณมีเพื่อนหลายคนในชีวิตของคุณ แต่คุณอาจจะมีเพื่อนสนิทอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น เพื่อนคุณบางคนอาจจะมีบางอย่างที่ไม่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องปฎิเสธหรือเลิกคบกับเค้า เพราะว่าคุณก็ยังต้องเจอกับเพื่อนหรือคนที่คุณไม่ชอบอยู่ในบางเวลา และทุกคนก็ล้วนยังมีส่วนที่ดีที่แตกต่างกัน</p>
<p>เช่นเดียวกันกับดนตรี สื่อปัจจุบันนี้มีมากมายหลายรูปแบบเหลือเกิน จนเราแทบจะไม่สามารถหลึกหนีไปจากดนตรีหลากหลายประเภททั้งที่ดีและไม่ดีที่เข้าคิวกันมาให้เราฟังแต่ละวัน การที่เราจะเลือกฟังดนตรีเฉพาะแนวในแนวหนึ่งอาจจะเป็นการปิดตัวเองเกินไป รวมถึงอาจจะทำให้เราต้องพลาดสิ่งดีๆ ที่ซ่อนอยู่บางอย่างไปโดยที่เราไม่รู้ตัวได้</p>
<p>ผมอยากจะพูดกับผู้อ่านทุกคนด้วยซ้ำว่า “ขอให้คุณเปิดใจให้กว้างๆ กับดนตรีทุกๆ รูปแบบ แต่ขอให้คุณเลือกดีๆ กับดนตรีที่จะมาเป็นเพื่อนสนิทในชีวิตของคุณ ใช้เวลาทำความรู้จักกับเค้า ทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ต้องระวัง อย่าเลือกหลงไหลดนตรีอะไรเพียงเพราะว่าเป็นแฟชั่นหรือว่าทำตามคนอื่นๆ”</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2010/05/bridge-magazine-interview/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ด้วยมือนี้ &#8220;แม่&#8221;</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2009/08/mothers-hand/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=mothers-hand</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2009/08/mothers-hand/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 11:13:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Flute]]></category>
		<category><![CDATA[Mothers Day]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mehtamorphosis.tv/?p=57</guid>
		<description><![CDATA[จะว่าไป พอพูดถึงเพลงที่เกี่ยวกับแม่ ก็ยังมีอีกเพลงนึงที่ผมได้มีส่วนร่วมด้วยในอัลบั้ม &#8220;เพลงมันพาไป&#8221; ของคุณตุ้ย ธีรภัทร์ ภายใต้การโปรดิวซ์ของ &#8220;พี่เหวิน&#8221; เรืองกิจ ยงปิยะกุล แห่งค่ายแกรมมี่ จริงๆ ผมเกือบลืมเพลงนี้ไปแล้วนะ แต่อยู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ในช่วงวันแม่แบบนี้ ก็ขอเอามาโพสเอาไว้ที่นี่เพื่อสร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับวันแม่ละกันครับ เพลงชื่อว่า &#8220;ด้วยมือนี้ (แม่)&#8221; มีเสียงฟลูทที่ผมเล่นคลอไปตลอดเกือบทั้งเพลง ต้องขอบคุณพี่เหวินอีกครั้งที่ให้โอกาสได้ร่วมบรรเลง แถมยังช่วยผมคิด ช่วยสร้างสรรค์์ให้เพลงออกมาอบอุ่นได้บรรยากาศสบายๆ แบบนี้ครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-58" style="margin-left: 5px; margin-right: 5px;" title="tui" src="http://mehtamorphosis.tv/wp-content/uploads/2009/08/tui.jpg" alt="tui" width="112" height="104" />จะว่าไป พอพูดถึงเพลงที่เกี่ยวกับแม่ ก็ยังมีอีกเพลงนึงที่ผมได้มีส่วนร่วมด้วยในอัลบั้ม &#8220;เพลงมันพาไป&#8221; ของคุณตุ้ย ธีรภัทร์ ภายใต้การโปรดิวซ์ของ &#8220;พี่เหวิน&#8221; เรืองกิจ ยงปิยะกุล แห่งค่ายแกรมมี่ จริงๆ ผมเกือบลืมเพลงนี้ไปแล้วนะ แต่อยู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ในช่วงวันแม่แบบนี้ ก็ขอเอามาโพสเอาไว้ที่นี่เพื่อสร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับวันแม่ละกันครับ<span id="more-57"></span></p>
<p>เพลงชื่อว่า &#8220;ด้วยมือนี้ (แม่)&#8221; มีเสียงฟลูทที่ผมเล่นคลอไปตลอดเกือบทั้งเพลง ต้องขอบคุณพี่เหวินอีกครั้งที่ให้โอกาสได้ร่วมบรรเลง แถมยังช่วยผมคิด ช่วยสร้างสรรค์์ให้เพลงออกมาอบอุ่นได้บรรยากาศสบายๆ แบบนี้ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2009/08/mothers-hand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่&#8230;</title>
		<link>http://mehtamorphosis.tv/2009/08/mother-song/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=mother-song</link>
		<comments>http://mehtamorphosis.tv/2009/08/mother-song/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Aug 2009 17:00:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mehtaxz</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Mothers Day]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http:/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[ขออนุญาตเปิดตัวบล็อกตัวเองในวันก่อนวันแม่ปี 2009 ด้วยเพลงที่ผมแต่งไว้เมื่อ 7 ปีที่แล้วนะครับ ชื่อว่า &#8220;ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่&#8221; เป็นการให้เกียรติคุณแม่ของผมเองไปด้วยเลย เพลงนี้แต่งขึ้นสมัยที่ผมยังเป็น Worship/Media Director ของคริสตจักรใจสมาน (โบสถ์ที่อยู่ตรงสถานีรถไฟฟ้านานาน่ะแหละครับ) ตอนนั้นอยากจะได้เพลงใหม่อีกซักเพลงนึงสำหรับรายการพิเศษวันแม่นอกเหนือจากเพลง &#8220;ค่าน้ำนม&#8221; และ &#8220;อิ่มอุ่น&#8221; ที่ร้องกันมาตั้งแต่เด็ก ตอนที่ลงมือเขียนเพลงนี้ ประโยคพร้อมทำนองที่ว่า &#8220;แต่ฉันไม่ลืมผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นคนสำคัญ&#8230;ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่&#8221; เป็นไอเดียแรกที่เข้ามาในหัว เป็นประโยคง่ายๆ ธรรมดาๆ แต่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าลูกๆ ทุกคนคงจะพูดอย่างนี้กับแม่ของตัวเองแน่นอน จริงๆ จะว่าไปแล้ว เพลงนี้สามารถออกมาเป็นรูปเป็นร่างให้ทุกท่านฟังได้ก็เพราะคุณแม่ผมเหมือนกัน เพราะว่าอุปกรณ์ในการทำเพลงทั้งหมดเป็นเงินที่คุณแม่สนับสนุนให้ (ตอนแรกบอกว่าขอยืม แต่ผ่านมาเจ็ดปี มีลูกแล้ว 2 คน ยังใช้คืนไม่ครบเลยครับ แหะๆๆ) คุณภาพในการอัดเสียงและการ mix อาจจะไม่ได้ดีมากนะครับสำหรับเพลงนี้ เพราะว่าเป็นยุคสมัยที่เริ่มต้นทำเพลงด้วยตัวเองจริงๆ อุปกรณ์อะไรต่างๆ ก็มีจำกัด อัดเสียงก็อัดกันในห้องนอนนี่แหละ สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านรักแม่มากๆ นะครับ สุขสันต์วันแม่สำหรับคุณแม่ทุกคนครับ ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่ คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียง: เมธาเกรียงปริญญากิจ เมื่อครั้งฉันยังเป็นเด็ก ยังเล็กไร้เดียงสา ก็พบว่ามีคนหนึ่งคน อ่อนโยนเกินใครสัมผัส [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขออนุญาตเปิดตัวบล็อกตัวเองในวันก่อนวันแม่ปี 2009 ด้วยเพลงที่ผมแต่งไว้เมื่อ 7 ปีที่แล้วนะครับ ชื่อว่า &#8220;ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่&#8221; เป็นการให้เกียรติคุณแม่ของผมเองไปด้วยเลย</p>
<p>เพลงนี้แต่งขึ้นสมัยที่ผมยังเป็น Worship/Media Director ของคริสตจักรใจสมาน (โบสถ์ที่อยู่ตรงสถานีรถไฟฟ้านานาน่ะแหละครับ) ตอนนั้นอยากจะได้เพลงใหม่อีกซักเพลงนึงสำหรับรายการพิเศษวันแม่นอกเหนือจากเพลง &#8220;ค่าน้ำนม&#8221; และ &#8220;อิ่มอุ่น&#8221; ที่ร้องกันมาตั้งแต่เด็ก<span id="more-1"></span></p>
<p>ตอนที่ลงมือเขียนเพลงนี้ ประโยคพร้อมทำนองที่ว่า &#8220;แต่ฉันไม่ลืมผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นคนสำคัญ&#8230;ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่&#8221; เป็นไอเดียแรกที่เข้ามาในหัว เป็นประโยคง่ายๆ ธรรมดาๆ แต่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าลูกๆ ทุกคนคงจะพูดอย่างนี้กับแม่ของตัวเองแน่นอน</p>
<p>จริงๆ จะว่าไปแล้ว เพลงนี้สามารถออกมาเป็นรูปเป็นร่างให้ทุกท่านฟังได้ก็เพราะคุณแม่ผมเหมือนกัน เพราะว่าอุปกรณ์ในการทำเพลงทั้งหมดเป็นเงินที่คุณแม่สนับสนุนให้ (ตอนแรกบอกว่าขอยืม แต่ผ่านมาเจ็ดปี มีลูกแล้ว 2 คน ยังใช้คืนไม่ครบเลยครับ แหะๆๆ) คุณภาพในการอัดเสียงและการ mix อาจจะไม่ได้ดีมากนะครับสำหรับเพลงนี้ เพราะว่าเป็นยุคสมัยที่เริ่มต้นทำเพลงด้วยตัวเองจริงๆ อุปกรณ์อะไรต่างๆ ก็มีจำกัด อัดเสียงก็อัดกันในห้องนอนนี่แหละ</p>
<p>สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านรักแม่มากๆ นะครับ สุขสันต์วันแม่สำหรับคุณแม่ทุกคนครับ</p>
<p><strong>ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่</strong><br />
คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียง: เมธาเกรียงปริญญากิจ</p>
<p>เมื่อครั้งฉันยังเป็นเด็ก ยังเล็กไร้เดียงสา<br />
ก็พบว่ามีคนหนึ่งคน<br />
อ่อนโยนเกินใครสัมผัส มอบรักที่มั่นคง<br />
และไม่เคยห่างไกล&#8230;</p>
<p>วันนี้ฉันเป็นผู้ใหญ่ ได้เจออะไรที่งดงาม<br />
ได้พบกับความสุขใจ<br />
แต่ฉันไม่ลืมผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นคนสำคัญ<br />
“ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่”</p>
<p><strong>Pre-Chorus</strong><br />
ผ่านคืนวัน ผ่านเดือนปี<br />
แม่ยังคอย เฝ้าเป็นห่วง<br />
จะเหนื่อยและท้อ แม่เป็นกำลัง<br />
หยัดยืนเคียงข้างฉันจนวันนี้</p>
<p><strong>Chorus</strong><br />
อยากขอบพระคุณคุณแม่ ที่เฝ้าดูแลมา<br />
อยากขอบพระคุณพระบิดา พระเจ้าผู้เมตตา<br />
ผู้ประทานคุณแม่มา ให้ชีวิตลูกมีความหมาย</p>
<p>วันนี้ฉันเป็นผู้ใหญ่ ได้เจออะไรมากมาย<br />
ได้พบพระเยซูคริสต์ [ได้พบกับความสุขใจ]<br />
แต่ฉันไม่ลืมผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นคนสำคัญ<br />
<strong> “ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่”</strong></p>
<h3><a href="http://www.gracezone.org/kingdom/mehtamorphosis/mother_song.zip" target="_blank">ดาวน์โหลด mp3 พร้อม Backing Track</a> (คลิกขวาแล้วเลือก Save As)</h3>
<p><a style="margin: 12px auto 6px auto; font-family: Helvetica,Arial,Sans-serif; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 14px; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal; -x-system-font: none; display: block; text-decoration: underline;" title="View ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่ on Scribd" href="http://www.scribd.com/doc/34973355/ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่">ฉันมีวันนี้เพราะคุณแม่</a> <object id="doc_698256983097561" style="outline: none;" classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="100%" height="500" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="name" value="doc_698256983097561" /><param name="data" value="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf" /><param name="wmode" value="opaque" /><param name="bgcolor" value="#ffffff" /><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="FlashVars" value="document_id=34973355&amp;access_key=key-20e6htcbdcho9io9y1uy&amp;page=1&amp;viewMode=list" /><param name="src" value="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><param name="flashvars" value="document_id=34973355&amp;access_key=key-20e6htcbdcho9io9y1uy&amp;page=1&amp;viewMode=list" /><embed id="doc_698256983097561" style="outline: none;" type="application/x-shockwave-flash" width="100%" height="500" src="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf" flashvars="document_id=34973355&amp;access_key=key-20e6htcbdcho9io9y1uy&amp;page=1&amp;viewMode=list" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" bgcolor="#ffffff" wmode="opaque" data="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf" name="doc_698256983097561"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mehtamorphosis.tv/2009/08/mother-song/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>13</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

