โครงการพัฒนาผู้นำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

In: Leadership|Training

9 Sep 2009

CuLeadersในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในทีมวิทยากรที่ไปอบรมในเรื่องของภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีมให้กับบุคลากรและนิสิตของคณะต่างๆ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ที่อยากจะเอามาแบ่งปันไว้ในนี้ครับ

โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณเกือบสองปีมาแล้ว เมื่อคุณ Andrew Jiang เทรนเนอร์ชาวสิงคโปร์ ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงคนหนึ่งของผม ได้รับเชิญให้ไปทำการอบรมเรื่อง “ภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีม” ให้กับคณะอาจารย์และบุคลากรในคณะเภสัชฯ จุฬาฯ ซึ่งปรากฎว่าได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีมากๆ จนทางคณะเห็นประโยชน์และอยากจะเอาวิชาเดียวกันนี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนานิสิต จนได้พูดคุยกันต่อมาเพื่อปรับเอาหลักสูตรนี้ไปเป็นส่วนนึงของรายวิชาบังคับภายในคณะ ซึ่งต่อมากิจกรรมที่ทำได้ไปเข้าตาท่านรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตของมหาวิทยาลัยจนกลายมาเป็นโครงการระดับมหาวิทยาลัยในที่สุด

จุดเด่นของการอบรมนี้เห็นจะเป็นค่ายกิจกรรม outdoor ซึ่งเพิ่มเติมมาภายหลังโดยได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างดีจากคุณ Steven Chiang ซึ่งเป็นญาติผู้พี่ของ Andrew เองซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัย, การกู้ภัย, การผจญภัย และการฝึกฝนผู้นำผ่านประสบการณ์ท้าทาย ได้นำเครื่องมือและกิจกรรมของท่านมาใช้ในการอบรม ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ใหม่และน่าตื่นเต้นสำหรับพวกเราที่คุ้นเคยกับการเรียนแบบที่อยู่ในห้องเรียนกันอย่างเดียวมาตลอดชีวิต

IMG_7988 (Small)
กิจกรรม: Trolley Race กิจกรรมสอนให้รู้จักการมองทีมในภาพที่ใหญ่ขึ้น

บทบาทของผมและทีมงานคนอื่นๆ ที่ทำงานด้วยกันนั้นจะเรียกว่า Facilitator ซึ่งนับว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญและยากที่สุดในค่ายก็ว่าได้ เพราะว่าเราจะต้องเป็นคนที่นำน้องๆ ในการพูดคุยทุกๆ ครั้งหลังจากกิจกรรมแต่ละอย่างเสร็จสิ้น เพื่อร่วมกันค้นหาว่าแต่ละกิจกรรมนั้นมีบทเรียนอะไรอยู่บ้าง โดยวิธีการเรียนรู้นั้น เราพยายามจะให้ผู้เข้าร่วมค่ายรู้สึกว่าพวกเขาเป็นคนค้นพบหลักการในการเป็นผู้นำและการทำงานเป็นทีมได้เองให้มากที่สุด ไม่ใช่เราเป็นคนยัดเยียดทฤษฎีหลักการต่างๆ ไปให้ผู้เรียนอยู่เพียงฝ่ายเดียวเหมือนกับการเรียนในชั้นเรียน

บรรยากาศการพูดคุยหลังจากทำกิจกรรม
บรรยากาศการพูดคุยหลังจากทำกิจกรรม

เราได้จัดโครงการอบรมนี้ขึ้นมาประมาณสิบกว่าครั้งตั้งแต่ปลายปี 2008 ที่ผ่านมา ในหลากหลายรูปแบบตามแต่โจทย์ที่มหาวิทยาลัยให้กับเรา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างทีมเวิร์คให้กับกลุ่มบุคลากรของมหาวิทยาลัย, ปรับเปลี่ยนทัศนคติให้กับกลุ่มรุ่นพี่ที่ัรับผิดชอบการรับน้องใหม่, สร้างแรงจูงใจในการทำงานร่วมกันให้กับสภานิสิตและตัวแทนคณะต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ค่ายเหล่านี้จะมีความยาวประมาณ 2 วัน

นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นกลุ่มที่ได้เปรียบที่สุด เนื่องจากมีแรงผลักดันอย่างเต็มที่จากอาจารย์ในคณะและได้รับการบรรจุวิชานี้อย่างเป็นทางการในหลักสูตร ทำให้ได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่สำหรับหัวข้อต่างๆ โดยใช้เวลาเรียนและทำการ workshop ในห้องเรียนประมาณ 1 เดือน ก่อนที่จะปิดท้ายลงด้วยค่ายกิจกรรม outdoor ตามที่ได้เล่ามาแล้ว โดยในปีการศึกษา 2009 นี้ เราได้ทำการอบรมใปแล้ว 2 รุ่นด้วยกันครับ คือนิสิตปี 1 และ ปี 4

บรรยากาศในห้องเรียนเภสัชฯ
บรรยากาศในห้องเรียนคณะเภสัชฯ

ภาพกิจกรรมจากค่ายคณะเภสัชฯ ปี 4

การเรียนรู้จากกิจกรรม outdoor ในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่สนุกและท้าทายมากครับ เนื่องจากว่าแต่ละกลุ่มนั้นสามารถดึงบทเรียนออกมาได้อย่างมากมายไม่จำกัดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละกิจกรรม แต่เราก็ต้องพยายามกำหนดทิศทางของบทเรียนที่อยู่ในแต่ละกิจกรรมนั้นให้อยู่ในหัวข้อเดียวกัน โดย facilitator ของแต่ละกลุ่มจะต้องประสานงาน พูดคุยกัน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้เข้าร่วมอบรมนั้น ถึงแม้จะอยู่ต่างกลุ่มกัน มีลำดับกิจกรรมที่ไม่เหมือนกัน แต่ยังสามารถได้เรียนรู้บทเรียนเดียวกันและครอบคลุมทุกๆ หัวข้อหลักได้เมื่อที่ค่ายจบลง

ในส่วนของเนื้อหาการอบรมเรื่องภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีมนั้น ถ้าใครที่สนใจอยากรู้ผมขออนุญาติอ้างอิงไปถึงบล็อกของอ.เศรษฐพงศ์ (อ.ฝอง) ซึ่งเป็น facilitator อีกท่านนึงนะครับ แต่ที่อยากจะแบ่งปันเพิ่มเข้ามาก็คือเรื่องของ CHULA Core Value หรือค่านิยมของนิสิตจุฬาฯ ที่เราพยายามจะสอดแทรกและปลูกฝังให้กับผู้เข้าร่วมอบรมในทุกๆ ค่าย ซึ่งได้แก่

C – Courage (ความกล้าหาญ)

H – Honorable (ความมีเกียรติ เชื่อถือได้)

U – Unity (ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน)

L – Leading with Vision (การนำอย่างมีวิสัยทัศน์)

A – Appreciation (การยอมรับซึ่งกันและกันแม้ในความแตกต่าง)

ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดนี้คงจะไม่ได้สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ผ่านทางค่ายสั้นๆ  2 วัน แต่เราก็คาดหวังว่าจะได้หว่านเมล็ดหรือจุดประกายบางอย่างให้กับผู้นำรุ่นใหม่ๆ ของสังคมที่จะเริ่มต้นฉุกคิดในสิ่งต่างๆ เหล่านี้ครับ ซึ่งก็เป็นเหตุผลเดียวกันที่ทีมงาน facilitator ทุกคนยอมสละวันหยุดพักผ่อนกันมาหลายๆ อาทิตย์ติดกันโดยที่ไม่ได้รับค่าจ้างแม้แต่บาทเดียวเพื่อมาร่วมกันสร้างสิ่งนี้

ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับค่ายอบรมนี้ครับ เพราะว่าตั้งแต่ปลายปี 2008 ผมเองก็ได้มีส่วนร่วมกับค่ายนี้มาถึง 12 รอบเข้าไปแล้ว แต่ละค่ายนั้นก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง, ความประทับใจที่แตกต่างกัน แต่ถ้าจะให้สรุปรวมๆ แล้วละก็ ผมคงจะบอกได้ว่า สิ่งที่ผมได้รับจากค่ายนี้นั้นเยอะกว่าที่ผมให้ออกไปมากมายเหลือเกิน!

Comment Form